เรื่องเด่น ปกิณกธรรม เรื่อง ระมัดระวังเมื่อรู้เห็น

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 สิงหาคม 2026 at 17:58.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,917
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,991

    ปกิณกธรรม เรื่อง ระมัดระวังเมื่อรู้เห็น

    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด
    ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    (จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร)
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,917
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,991
    จากประสบการณ์ส่วนตัวของกระผม/อาตมภาพเอง เจอทั้งพระ เจอทั้งฆราวาสหลายรูปหลายคน พอถึงเวลาการรู้เห็นเริ่มปรากฏ ก็มักจะโดนหลอกให้ไปทำสิ่งโน้น สิ่งนี้ สิ่งนั้น โดยบอกกล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ได้ แต่ว่าเรื่องที่ไปทำทั้งหมดนั้นไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับมรรคผลของตนเองเลย ก็คือโดนหลอกให้เตลิดเปิดเปิงไปเรื่อย

    พระลูกศิษย์ของผมรูปหนึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยง เมื่อใจเริ่มสะอาด ก็มีเทวดามาบอก เขาใช้คำว่า "เทวดา" ว่า "ตรงนั้นมีเจดีย์เก่าที่พังแล้ว ตรงนี้มีเจดีย์เก่าที่พังแล้ว ให้ไปซ่อมไปสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นหลักชัยของพระพุทธศาสนาตามเดิม ให้ญาติโยมได้มีที่พึ่งที่เคารพกราบไหว้ ถึงเวลาจะได้มีอานิสงส์เข้าสู่สุคติภพกันได้เป็นจำนวนมาก"

    พ่อเจ้าประคุณก็ตระเวนไปตามสถานที่ซึ่งเทวดาบอก แล้วก็เจอซากเจดีย์เก่าจริง ๆ แกก็จะมารายงานผม "อาจารย์ครับ ตรงโน้นมีซากเจดีย์เก่า ผมขอไปบูรณะ" แต่คราวนี้ผมขอไปบูรณะ ท่านไม่ได้ขอไปเฉย ๆ ท่านขอสตางค์ผมไปด้วย สรุปแล้วผมเองไม่ได้มีอารมณ์ที่จะสร้างเจดีย์เลย ตอนนี้ทำไป ๗ - ๘ หลังแล้ว..! โดยที่ลูกศิษย์ของผมลืมพิจารณาไปว่า การที่ไปขวนขวายงานแบบนั้น ไม่มีโอกาสในการที่จะสร้างคุณงามความดีของตัวเองให้มากขึ้นเลย

    ถ้าหลายท่านเคยอ่านประวัติหลวงปู่ดุลย์ - พระราชวุฒาจารย์ (ดุลย์ อตุโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพาราม อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) ญาติโยมไปกราบ ปลาบปลื้มกับหลวงปู่ ได้สร้างโบสถ์ได้สร้างวิหาร เท่านั้นหลังเท่านี้หลัง ปลื้มใจเหลือเกิน หลวงปู่ดุลย์ท่านเป็นพระที่พูดสั้นมาก ถ้าคนไม่เข้าใจบางทีก็หลงผิดไปเลย ท่านถอนหายใจว่า "เฮ้อ..จะไปเอาอะไรกับบุญแค่นั้น" แม้แต่ผมได้ยินผมยังตกใจ บุญสร้างโบสถ์สร้างวิหารที่หลวงปู่ว่า "แค่นั้น" แต่พอมานึก เออ..ก็จริง สร้างโบสถ์ สร้างวิหารเป็นวิหารทาน ยังเป็นแค่ทานเท่านั้น สูงกว่านั้นยังมีการรักษาศีล สูงยิ่งกว่าศีลยังมีเจริญภาวนา แต่หลวงปู่ท่านไม่อธิบาย ท่านพูดสั้น ๆ เท่านั้น

    ลูกศิษย์ของผมคนนี้ก็เลยยังคงตระเวนซ่อมเจดีย์ไปเรื่อย ล่าสุดมาขอเงินซื้อแผงโซล่าร์เซลล์ บอกว่าไปทำไฟประดับเจดีย์ ท่านไปบูรณะเจดีย์ไว้ แต่ว่าอยู่ในป่า ไม่มีไฟฟ้า ก็เลยมาขอสตางค์ซื้อแผงโซล่าร์เซลล์ ถามว่า "ต้องใช้กี่แผง?" ท่านบอกว่า "๒ แผง" ก็เลยให้ไป ๓๐,๐๐๐ บาท เอาไปประดับให้พอ..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,917
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,991
    บุคคลถ้าวาระบุญยังมาไม่ถึง เราพูดให้ปากฉีกถึงหู ก็เหมือนกับเขาไม่ได้ยิน บอกว่าให้เร่งรัดปฏิบัติเพื่อตัวเอง ไม่ล่ะ..กูยังสนุกกับการซ่อมเจดีย์ สร้างเจดีย์ ต้องปล่อยท่านทำให้พอ ผมเองก็พลอยได้บุญไปด้วย ถึงเวลาท่านมาขอสตางค์ คอยเตรียมไว้ให้ก็แล้วกัน

    อีกรายหนึ่งเป็นแม่ชี ผมบวชให้ด้วยตัวเอง ปฏิบัติไปก็ออกแนวเดียวกัน เริ่มรู้โน่น เริ่มเห็นนี่ จัดการไม่ถูก ไปช่วยคนนั้นไปช่วยคนนี้ ทุกท่านรู้ไหมครับว่าระยะหลังเขาถึงขนาดเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์สีหมุนีของกัมพูชา เพราะว่าทำนายอะไรออกมาตรงหมด นี่บอกให้กษัตริย์สีหมุนีแกล้งทำเป็นป่วยไปอยู่ต่างประเทศ เพราะความวุ่นวายจะเกิดขึ้นแรงมาก พวกท่านจะได้ข่าวหรือเปล่าไม่รู้ ? ว่ากษัตริย์เขมรตอนนี้เสด็จออกไปอยู่ฝรั่งเศสแล้ว

    นี่ก็ลักษณะเดียวกัน ก็คือเดี๋ยวขอไปทำไอ้โน่น เดี๋ยวขอไปทำไอ้นี่ ผมเตือนเท่าไรก็ไม่ฟัง เพราะอะไรรู้ไหมครับ ? ไอ้ที่เตือนไม่ฟัง แล้วเดี๋ยวพวกท่านก็จะเจอ ถ้าใจสงบพอในระดับนี้ ก็คือเพราะท่านรู้เห็นด้วยตัวเอง เมื่อรู้เห็นด้วยตัวเองก็เลยเชื่อตามนั้น แล้วถามว่า "เชื่อไม่ได้หรือ ?" ผมขอยืนยันว่า "เชื่อไม่ได้ครับ" เราเห็นเขาไล่ฆ่าไล่ฟันกันมา เราก็ลากมีดลากปืนไปช่วย จะโดนเขากระทืบตาย เพราะเขาถ่ายหนังกันอยู่ แล้วเราเห็นไหมครับว่าเขาไล่ฆ่าไล่ฟันกันมา ? ก็เห็น..แล้วใช่เรื่องจริงไหมครับ ? ไม่จริง..เพราะว่าเขาถ่ายหนังกันอยู่ แล้วสมจริงสมจังไหมล่ะ ? สมจริงสมจังมาก..!

    เวลาเจ้าพวกนี้จะให้เราไปทำเรื่องอะไร นิมิตไอ้นั่นก็ใช่ คนพูดถึงเรื่องนี้ก็ใช่ ทุกอย่างจะใช่หมดครับ ก็เลยไปทำไอ้โน่น ไอ้นี่ ไอ้นั่น สนุกสนามกันไปใหญ่ โดยที่ลืมสังเกตไปว่าสิ่งเดียวที่ตนเองไม่ได้ทำ ก็คือชำระใจตนเองให้ผ่องใสจากกิเลส เล่าไป ๆ เดี๋ยวพวกท่านหนีกลับวัดกันหมด เพราะว่าถ้าทำต่อไปเดี๋ยวเจอแบบนี้แล้วจัดการไม่ถูก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,917
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,991
    การรู้เห็นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าจัดการไม่ถูกนี่บรรลัยง่ายที่สุด..! เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องแปลก จะว่าเรื่องแปลกหรือเรื่องธรรมดา น่าจะเรื่องธรรมดา ก็คือธรรมดาตรงที่ว่า เวลาเราปฏิบัติธรรมก็ต้องอยากได้อย่างนั้น อยากเป็นอย่างนั้น..ใช่ไหมครับ ? ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มาปฏิบัติ จำที่เมื่อเช้ากระผม/อาตมภาพพูดได้ไหมครับ ? ว่า "ถึงเวลาปฏิบัติแล้ว เราต้องลืมความอยากนั้นให้ได้ เรามีหน้าที่ทำครับ ส่วนทำแล้วจะเกิดผลอย่างไร อย่าไปสนใจ" ผมโง่มานานมากเลยครับ เพราะว่าไปเร่งรัดตัวเองด้วยความอยากได้ใคร่มี

    เราท่านทั้งหลายเกิดฉันทะ คือความพอใจที่จะปฏิบัติธรรมแล้ว สมมติว่าเราปลูกต้นกล้าของกรรมฐานลงไปในใจของเราแล้ว หน้าที่ของเราก็แค่รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย จับหนอน จับแมลง ไม่ให้มากินต้นกรรมฐานของเรา เราไม่ได้มีหน้าที่ไปดึงยอดให้โตเร็ว ๆ นะครับ ถ้าขืนไปดึงแบบนั้นก็ตายหมด..! แต่ว่าเรื่องประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมพวกนี้ก็เป็นเรื่องแปลก เล่าให้คนอื่นฟังสนุกมาก แต่ฟังแล้วผ่านหูไป ไม่ได้เอาไปใช้เลย ถึงเวลากูก็จะทำของกูอย่างนี้..!

    โดยเฉพาะท่านทั้งหลายถ้าทำไปถึงระดับหนึ่ง จะเกิดการอยากสอนครับ ขนาดเราเบื่อที่จะฟัง ท่านก็ยังจะพูด แบบที่ผมกำลังพูดอยู่นี่แหละ..! อยากจะสอน อยากจะบอกคนอื่น แล้วก็มัวแต่ไปพล่ามอยู่จนกระทั่งลืมสอนตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก และต้องระวังเป็นอย่างสูง

    พระวิปัสสนาจารย์ถ้ามาแล้วนิมนต์เข้าที่เลยนะครับ เพราะว่าตอนนี้ ๘ โมงครึ่งแล้ว เรามีเวลาแค่ ๒ ชั่วโมงที่จะนำปฏิบัติ ผมเองก็พูดไปนำเรื่อย รอท่านนั่นแหละครับ ขออภัยด้วย..เพราะว่าปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เด็ก ถ้าหากว่านับการทุ่มเทชีวิตให้กับการปฏิบัติ ผมเริ่มทุ่มชนิดตายกันไปข้างหนึ่งปี ๒๕๑๘ ปีนี้ ๒๕๖๙ เริ่มปีที่ ๕๑ แล้ว เพราะฉะนั้น..ประสบการณ์นั้นเล่าไม่หมดครับ ขอถวายทุกท่านเอาไว้เป็นข้อคิดแต่เพียงแค่นี้ ขอมอบเวรประเคนไมค์ถวายหน้าที่ให้พระวิปัสสนาจารย์ท่านเลยครับ ขอบคุณมากครับ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    ปกิณกธรรม (มัชฌิมาปฏิปทาและการรักษากำลังใจ)
    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด
    ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...