เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 6 สิงหาคม 2026 at 18:06.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,804
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +26,982
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,804
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +26,982
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันพระแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ - ๘ ปีมะเมีย ซึ่งในช่วงเข้าพรรษานั้น ทุกวันพระไม่ว่าจะเป็นวันพระใหญ่หรือว่าวันพระเล็กก็ตาม ทางพระภิกษุสงฆ์วัดท่าขนุนจะงดการบิณฑบาตตามปกติ เนื่องเพราะว่ามีการทำบุญวันพระอยู่ที่วัดแล้ว จึงให้ญาติโยมไปใส่บาตรกันที่วัดแทน

    วันนี้ก็เช่นกัน เมื่อพวกเราเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าเรียบร้อยแล้ว ก็รอจนกระทั่งได้อรุณ มีการเปิดเสียงระฆังเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ไปฉันเช้าร่วมกันที่หอฉันของวัด จากนั้นก็ช่วยกันทำความสะอาดวัด โดยเฉพาะระยะนี้ ถ้าฝนเว้นช่วงก็ต้องรีบเร่งทำความสะอาดเป็นการใหญ่ เนื่องเพราะว่าถ้าฝนตกแล้ว การกวาดใบไม้ต่าง ๆ จะเป็นไปโดยยาก เนื่องเพราะว่าใบไม้แห้งเมื่อเปียกน้ำ ก็มักจะดูดติดกับพื้น ทำให้ปัดกวาดยากยิ่งขึ้น

    จนกระทั่งประมาณ ๘ โมงครึ่ง กระผม/อาตมภาพก็ลงไปยังศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย เพื่อสนทนาธรรมกับญาติโยม โดยเฉพาะวันนี้ได้ปรารภเรื่องที่มีโยมบอกว่า "วันพระได้ไปนอนอยู่วัดก็ได้บุญแล้ว" กระผม/อาตมภาพต้องแก้ไขความคิดผิด ๆ แบบนี้ เนื่องเพราะว่าการที่ไปนอนวัดวันพระตามภาษาของญาติโยมนั้น ก็คือการที่ไปอยู่วัด รักษาศีล ๘ นั่นเอง

    ก็แปลว่าท่านทั้งหลายจะต้องละเว้นจากเรื่องของกาม แล้วรักษาศีลอุโบสถโดยเคร่งครัด ก็คือทิ้งบ้านเรือนเพื่อไปนอนที่วัดเลย ในขณะเดียวกันก็ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของวัด ก็คือสวดมนต์ ทำวัตร เจริญกรรมฐาน ประกอบกับการรักษาอุโบสถศีลไปด้วย ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ จึงจะได้บุญได้กุศลอย่างที่ท่านต้องการ ไม่ใช่แค่ไปนอนวัดก็ได้บุญแล้ว ถ้าหากว่าการไปนอนวัดแล้วได้บุญ กระผม/อาตมภาพขอพูดหยาบ ๆ ว่า "หมาวัดได้บุญมากกว่าโยมเยอะ เพราะว่ามันนอนวัดทุกวัน..!"

    เรื่องของการแก้ทิฏฐิหรือว่าความเห็นผิดของญาติโยมนั้นเป็นหน้าที่ของพระ แต่ว่าในระยะหลังนี้ รู้สึกว่าญาติโยมทั้งหลายจะเห็นผิดกันมากเป็นพิเศษ จึงทำให้ต้องคอยปากเปียกปากแฉะแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่แน่ด้วยว่าแก้ไขไปแล้ว ญาติโยมจะเปลี่ยนความคิดหรือเปล่า ? ถ้าหากว่าเปลี่ยนความคิดก็เป็นคุณแก่ตัว เพราะว่าได้จะกลับมาเป็นสัมมาทิฏฐิ ปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แต่ถ้าหากว่าไม่แก้ไข แถมยังไปเผยแพร่แนวคิดผิด ๆ อีกต่างหาก ถ้าลักษณะนั้นก็มีแต่จะก่อบาปหาบทุกข์ให้หนักยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,804
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +26,982
    เมื่อมีการทำบุญใส่บาตร ฟังเทศน์ และเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันพระแล้ว วันนี้พวกเราต้องฉันเพลกันเร็วอยู่สักหน่อย เนื่องเพราะว่าจะต้องเดินทางไปถวายสามีจิกรรมต่อพระเถระเจ้าคณะปกครองในจังหวัด


    ซึ่งทางวัดท่าขนุนของเราก็จะเช่ารถ ๑ คันในการเดินทาง เป็นรถบัสทัศนาจร หรือความจริงก็คือรถประจำทางนั่นเอง สำหรับพาพระภิกษุวัดท่าขนุนเดินทางไปร่วมงานสามีจิกรรมทุกปี ซึ่งปีนี้นั้น จากค่ารถประมาณ ๘,๐๐๐ - ๙,๐๐๐ บาท ก็ขึ้นไปถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ต้องบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่จะแพงขึ้น แต่ว่าเพื่อความสามัคคีพร้อมเพรียงในหมู่สงฆ์ พวกเราก็จะต้องจำเป็นที่จะต้องเสียสละในตรงนี้ กลายเป็นว่าแต่ละปีก็จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

    พวกเรานัดหมายกันในเวลาบ่ายโมงครึ่งที่วัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อทุกคนรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ความพร้อมก็ไม่มาถึงเสียที โดยเฉพาะรถบัสที่ปกติมาช้าที่สุดก็มาถึงนานแล้ว ได้ความว่าพระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เจ้าอาวาสวัดพุทโธภาวนา (พุเย) ท่านอยากจะลองของใหม่ด้วยการขึ้นทางด่วนพิเศษ M81 แต่ปรากฏว่าลงไม่เป็น ก็เลยเตลิดเปิดเปิงไปยันนครปฐม..! กว่าที่จะย้อนกลับมาก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมงทีเดียว มาถึงก็ขอโทษขอโพยต่อคณะสงฆ์เป็นการใหญ่ แต่พวกเราเห็นเป็นเรื่องขำเสียมากกว่า..!

    เมื่อทำการถวายสามีจิกรรมต่อพระเดชพระคุณพระราชวิสุทธาภรณ์ (ทองดำ อิฏฺฐาสโภ ป.ธ. ๖) รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าอาวาสวัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร ท่านก็กันกระผม/อาตมภาพออกมานั่งด้านข้าง บอกว่า "อาวุโสขนาดนี้แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องมาถวายสามีจิกรรม ปล่อยให้เป็นภาระของพระอื่น ๆ ท่านไปก็แล้วกัน"

    ในธรรมเนียมการถวายสามีจิกรรมนั้น พวกเราถ้ามีข้าวของอะไรที่เป็นของพื้นบ้าน ก็จะนำมาถวายต่อเจ้าคณะปกครอง อย่างวันนี้ก็มีทุเรียนบ้าง มีพวกพืช
    ผักผลไม้ต่าง ๆ ของทองผาภูมิบ้าง มีน้ำผึ้งป่าบ้าง เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องพวกนี้นั้นต้องบอกว่าเป็นน้ำใจที่ผู้น้อยมีต่อผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ก็ยินดี เนื่องเพราะว่าถ้าถวายเป็นปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ ก็อาจะเกิดข้อครหานินทา ประมาณว่าไปรีดไถผู้ใต้บังคับบัญชาอะไรพวกนั้นอีก..!

    ครั้นเสร็จพิธีแล้ว เราก็ยังมีการถวายพรบท "โส อัตถะลัทโธฯ" ต่อเจ้าคณะปกครองนั้น ๆ ด้วย เป็นการขอบารมีพระสงเคราะห์ให้ท่านมีธาตุขันธ์ที่แข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญพวกเราไปนาน ๆ

    จากนั้นพวกเราก็วิ่งย้อนจากอำเภอท่ามะกา กลับเข้ามาในตัวเมือง ตรงไปยังวัดเทวสังฆาราม (พระอารามหลวง) เนื่องเพราะว่าท่านอาจารย์พระมหาวิสูตร วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ.๙, ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีอีกรูปหนึ่ง ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดนี้
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,804
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +26,982
    ครั้นเข้าไปถึงพวกกระผม/อาตมภาพหลายรูป ซึ่งประกอบด้วยตัวกระผม/อาตมภาพเอง

    หลวงพ่อพระครูสุจินบุญกาญจน์ รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เจ้าอาวาสวัดท่ามะเดื่อ

    หลวงพ่อพระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ เจ้าอาวาสวัดพุทโธภาวนา (พุเย)

    หลวงพ่อพระครูพิสุทธิ์กาญจนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลท่าขนุนเขต ๑ เจ้าอาวาสวัดอู่ล่อง

    หลวงพ่อพระครูกาญจนชินธรรม เจ้าอาวาสวัดเสาหงษ์ ต้องแยกออกมาต่างหาก เนื่องเพราะว่าอายุกาลพรรษามากกว่าท่านมหา ดร.รองเจ้าคณะจังหวัด ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่า ท่านไม่รู้ธรรมเนียม ไปรับการกราบไหว้จากพระเถระที่พรรษามากกว่า..!

    ในเรื่องของการทำสามีจิกรรมนั้น เป็นการทำเรื่องดี ๆ ต่าง ๆ ระหว่างพระภิกษุต่อพระภิกษุด้วยกัน สมัยก่อนก็เน้นในเรื่องของพระอุปัชฌาย์อาจารย์ มาสมัยนี้ก็มีการเพิ่มเติมในส่วนของเจ้าคณะปกครองเข้ามาด้วย ซึ่งเจ้าคณะปกครองต่าง ๆ ท่านก็ต้องเตรียมน้ำปานะ เตรียมผ้าเย็นเอาไว้สำหรับรองรับบรรดาท่านที่เดินทางมา

    โดยเฉพาะอำเภอทองผาภูมิของเราพร้อมเพรียงกันมาก เนื่องเพราะว่ามากันเป็นร้อยรูปเลยทีเดียว..! เฉพาะของวัดท่าขนุนก็ ๓๐ รูปเข้าไปแล้ว ไปไหนก็เป็นปึกแผ่นแน่นหนา เป็นอำเภอตัวอย่างในความสามัคคีของหมู่คณะมาตั้งเนิ่นนานแล้ว
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,804
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +26,982
    สมัยก่อนที่หลวงพ่อพระครูกาญจนปัญญาวุฒิ (พูลศักดิ์ ปญฺญาวุโธ) รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ วัดเขื่อนวชิราลงกรณยังอยู่ พวกเราก็ไปไหนไปกัน มีหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอ หลวงพ่อรองเจ้าคณะอำเภอวัดเขื่อนฯ และกระผม/อาตมภาพเอง จนหลายคนเอ่ยปากว่า "ทำไมคณะสงฆ์ทองผาภูมิถึงรักกันขนาดนี้ ?" กระผม/อาตมภาพตอบไปตามตรง แต่ไม่รู้กระทบใครหรือเปล่าว่า "ถ้าเราไม่แย่งตำแหน่งกันก็รักกันได้ครับ" ทำเอาคนฟังบางทีก็กลืนน้ำลายไม่ลงไปเหมือนกัน..!

    จากวัดเหนือ (วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง) พวกเราก็วิ่งย้อนกลับไปยังวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) หรือว่าวัดใต้ ซึ่งพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเมธีปริยัติวิบูล (ศิริ สิริธโร ป.ธ.๙
    , ดร. ) เจ้าคณะอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทำหน้าที่ต้อนรับพวกเรา บอกว่าให้รอพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙, ดร.) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีหน่อยหนึ่ง

    เนื่องเพราะว่าพวกเราเสียเวลา จนกลายเป็นอำเภอสุดท้ายที่มาถึง หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดต้องไปจูงศพขึ้นเมรุเสียก่อน พวกเราจึงได้ทำวัตรกับรูปหล่อของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมคุณาภรณ์ (ไพบูลย์ กตปุญฺโญ ป.ธ. ๘) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) แล้วค่อยมาทำวัตรต่อพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ ป.ธ.๙, ดร. ซึ่งเมื่อท่านรับพวกเราเสร็จเรียบร้อย ก็เป็นอันว่าหมดภาระของท่านวันนี้

    แต่ว่าพวกเราหลังจากรับพรจากท่านแล้ว ยังต้องเดินไปที่อาคารเรียนพระปริยัติธรรม วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) เนื่องเพราะว่าพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระโสภณกาญจนาภรณ์ (ทอมสันต์ จนฺทสุวณฺโณ ป.ธ. ๔) รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีอีกรูปหนึ่งพักอยู่ที่นี่ แต่ด้วยความที่ว่าคนของเรามากจนเกินไป จึงเข้าไปถวายสามีจิกรรมท่านได้เฉพาะหัวแถวเท่านั้น ทางด้านท้าย ๆ ก็ล้นออกมา ยืนบ้าง นั่งบ้าง อยู่ทางด้านนอก

    เมื่อเสร็จพิธีจากตรงนี้ ถึงเป็นอันว่างานวันนี้ของเราเสร็จสิ้นลง แต่ว่างานต่อไปก็คือการประชุมพระนวกะของคณะสงฆ์อำเภอต่าง ๆ ทัั้ง ๑๓ อำเภอ และการประชุมเจ้าอาวาสทั้งจังหวัดของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ซึ่งจะมีต่อเนื่องกันไป แล้วกระผม/อาตมภาพเองก็ยังมีภาระในการตรวจยกหมู่บ้านศีล ๕ ต้นแบบประจำปี ๒๕๖๙ อีก ๒๓ จังหวัดต่างหาก..!

    พูดง่าย ๆ ว่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    กระผม/อาตมภาพต้องออกจากวัดตลอด อย่างดีก็แค่กลับเข้าไปขอสัตตาหะฯ แล้วเดินทางใหม่ พูดง่าย ๆ ว่าไปกันที กลับมายังไม่รู้ว่าหมาจะจำหน้าได้หรือเปล่า ?! แต่ในเมื่อเป็นภาระทางคณะสงฆ์ที่ตกมาถึง ก็ต้องปฏิบัติกันให้เต็มที่ พูดง่าย ๆ ว่าอะไรที่เป็นไปเพื่อส่วนรวมนั้น เราจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือกันอย่างเต็มสติกำลัง อย่างน้อย ๆ ก็ให้พระพุทธศาสนาของเราเจริญมั่นคงไปได้อีกสักระยะหนึ่ง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...