ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ทรัมป์เริ่ม ‘เบื่อ’ สงครามที่ตัวเองเป็นคนเริ่ม!!”

    รายงานจาก The Atlantic ระบุว่า ทรัมป์เริ่มหมดความอดทนกับสงครามอิหร่าน หลังสถานการณ์ยืดเยื้อกว่าที่คาด ราคาพลังงานพุ่ง คะแนนนิยมเริ่มลดลง และยังไม่สามารถบีบให้อิหร่านยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ ได้

    รายงานยังอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า ทรัมป์ “เบื่อ” สงครามนี้ และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งลากยาวจนกระทบการเดินทางเยือนจีนและการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

    อย่างไรก็ตาม The Atlantic ชี้ว่า ปัญหาของสหรัฐฯ คือ "อิหร่านไม่ได้รีบร้อนจะจบสงคราม" และอาจสามารถทนแรงกดดันจากการปิดล้อมทางทะเลได้นานอีก 3–4 เดือน ทำให้เวลายิ่งผ่านไป ต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองของวอชิงตันก็ยิ่งสูงขึ้น

    นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านทางเลือกทางทหาร โดยไม่สามารถหา “เป้าหมายทางทหารสำคัญ” หากต้องกลับมาโจมตีใหม่ ซึ่งเสี่ยงทำให้สถานการณ์ลุกลามไปสู่การส่งทหารในภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจในวงกว้างก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

    ที่มา : Jonathan Lemire จาก The Atlantic

     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์กล่าวว่าเขา “อาจ” ย้ายกองทัพสหรัฐฯ จากเยอรมนีไปยังโปแลนด์

    “โปแลนด์ก็คงจะชอบเช่นกัน เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโปแลนด์ ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดี”

    “ผมสนับสนุนเขา และเขาก็ชนะการเลือกตั้ง เขาพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังมามาก และเขาก็ชนะ เขาเป็นนักสู้ที่เก่งกาจ เขาเป็นคนดี ผมชอบเขามาก ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้”

    https://www.facebook.com/share/v/1GkemctjPY/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ Marjorie Taylor Greene ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างแข็งแกร่ง (ปัจจุบันถอนตัวออกมาแล้ว) ตั้งคำถามถึงสถานะของนักบินที่ถูกช่วยเหลืออกมาจากอิหร่านว่า:

    FB_IMG_1778326738202.jpg

    “นักบิน 2 คนที่เครื่องตกและได้รับการช่วยเหลือออกมาจากอิหร่าน ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
    “พวกเขาปลอดภัยดีไหม?”
    “ทำไมเราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย?”

    คำถามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังปฏิบัติการช่วยเหลือลูกเรือเครื่องบินรบ F-15E ของสหรัฐฯ ที่ตกในอิหร่าน ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวอวดอ้างว่าเป็นหนึ่งในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐที่ประสบผลสำเร็จอย่างดี

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุเพียงว่า ลูกเรือทั้งสองได้รับการช่วยเหลือแล้ว โดยหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ “จะปลอดภัยดี” และถูกอพยพออกจากอิหร่านสำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ไม่เคยมีการเปิดเผยภาพหรือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของนักบินทั้งสอง ทำให้เริ่มมีเสียงตั้งคำถามในสหรัฐฯ มากขึ้นว่า รัฐบาลกำลังปกปิดรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าวหรือไม่


     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน "เอสมาอิล บาเกอี" กล่าวว่าจะตอบรับข้อเสนอของสหรัฐฯ "ในเวลาที่เหมาะสม" และไม่สนใจกำหนดเวลาของอเมริกา:

    "เราทำงานของเราเอง เราไม่สนใจกำหนดเวลาหรือช่วงเวลา"
    .
    นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า อิหร่านกำลังใช้ “เงื่อนไขเวลา” เป็นเครื่องมือในการต่อรอง เพราะยิ่งการเจรจายืดเยื้อ แรงกดดันทางการเมืองและต้นทุนที่สหรัฐฯ ต้องแบกรับจากสงครามและราคาพลังงานยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    https://www.facebook.com/share/v/1CN1TenEnt/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ริบบิ้น St. George ️️
    จากเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิ… สู่สัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่โลกจดจำ
    FB_IMG_1778326880082.jpg
    ทุกวันที่ 9 พฤษภาคม ของทุกปี รัสเซีย
    จะจัดงาน ....Victory Day... เพื่อรำลึกถึง
    วันที่สหภาพโซเวียตประกาศชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่สอง
    หนึ่งในภาพที่เห็นได้แทบทุกแห่งในวันสำคัญนี้คือ ริบบิ้นสีดำ-ส้ม ที่ผู้คนติดบนเสื้อ แจกจ่ายตามท้องถนน หรือโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางขบวนพาเหรดทางทหาร
    https://www.facebook.com/share/p/1AjfdvP35U

    ผืนผ้าสีดำสลับส้มเล็ก ๆ นี้ อาจดูเรียบง่าย แต่กลับบรรจุเรื่องราวของสงคราม ความกล้าหาญ การเสียสละ และความทรงจำของรัสเซียเอาไว้ตลอดกว่า 250 ปี

    《ริบบิ้น St. George》》

    ถือกำเนิดขึ้นในปี 1769 สมัยจักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 พร้อมเครื่องราช อิสริยาภรณ์ St. George สำหรับ
    นายทหารผู้กล้าหาญสูงสุดในสนามรบ

    สีดำ.....หมายถึงควันปืน
    และความมืดของสงคราม
    สีส้ม/ทอง .....หมายถึงเปลวไฟแห่ง
    ชัยชนะ (ต้นกำเนิดระบุเป็น เหลือง)

    อีกนัยหนึ่ง สีทั้งสองยังสะท้อนตราแผ่นดินของจักรวรรดิรัสเซีย นกอินทรีสองหัวสีดำบนพื้นทอง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและจักรวรรดิ. ริบบิ้นนี้ถูกแนบอยู่กับ 'กางเขน St. George' แสดงภาพนักบุญนักรบผู้สังหารมังกร สัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือความชั่วร้ายตามตำนาน คริสต์ศาสนา

    ━━━━━━━━━━━━━━
    ⭕️ หลังการปฏิวัติบอลเชวิกปี 1917

    ริบบิ้นนี้ถูกยกเลิกในฐานะสัญลักษณ์ของจักรวรรดิเดิม แต่ 《สีดำ-ส้ม》ไม่เคยหายไปจากจิตวิญญาณทางทหารของรัสเซีย

    เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น และสหภาพโซเวียตต้องเผชิญการรุกรานจากนาซีเยอรมนี โจเซฟ สตาลินเริ่มหันกลับ
    ไปหยิบ มรดกทางทหารของจักรวรรดิ
    มาใช้สร้างขวัญกำลังใจอีกครั้ง

    ระหว่างปี 1942–1943 สีดำ-ส้ม
    จึงกลับคืนสู่สนามรบ ภายใต้ชื่อใหม่ว่า 《Guards Ribbon》》

    ถูกนำไปใช้กับหน่วย Guards อันทรงเกียรติ เครื่องราชฯ Order of Glory รวมถึงเหรียญ “For Victory over Germany”

    สตาลินเข้าใจดีว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่
    เพียงการต่อสู้ของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์เท่านั้น แต่คือ สงครามเพื่อความอยู่รอดของมาตุภูมิรัสเซีย

    (การบุกครั้งใหญ่ ครั้งสุดท้าย
    ️ กองทัพแดงต่อนาซี )
    https://www.facebook.com/share/p/1C6AbMqBQv/

    การฟื้นสีของริบบิ้นเซนต์จอร์จ จึงเป็นเหมือนการเชื่อมอดีตของจักรวรรดิ
    เข้ากับชัยชนะของโซเวียต

    ทหารโซเวียตที่บุกถึงเบอร์ลินในปี 1945 จึงไม่ได้มองตนเองเพียงในฐานะกองทัพแดง แต่ยังรู้สึกว่าคือทายาทของประวัติศาสตร์การรบอันยาวนาน
    ของรัสเซียด้วย

    ━━━━━━━━━━━━━━
    ⭕️ จากสัญลักษณ์สงคราม
    สู่กระแสระดับชาติในปี 2005

    แม้ริบบิ้นนี้จะถูกใช้ในพิธีวันแห่งชัยชนะ
    มาตั้งแต่ยุคโซเวียตตอนปลาย แต่ความนิยมยังจำกัดอยู่ในกลุ่มทหารผ่านศึกและงานรัฐพิธี

    จนกระทั่งปี 2005 ทุกอย่างเปลี่ยนไป

    สำนักข่าว RIA Novosti ร่วมกับองค์กรเยาวชน เปิดตัวโครงการ St. George Ribbonเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งชัยชนะเหนือเยอรมนี

    แนวคิดเรียบง่ายมาก....

    แจกริบบิ้นฟรีให้ประชาชนติดเสื้อ กระเป๋า รถยนต์ หรือผูกตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตในสงคราม

    แต่ผลลัพธ์กลับกลาย
    เป็นปรากฏการณ์ระดับชาติ

    ริบบิ้นหลายสิบล้านเส้นถูกแจกจ่ายในเวลาไม่กี่ปี มกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วรัสเซีย และแพร่กระจายไปยังชุมชนชาวรัสเซียทั่วโลก

    จากไอเดียเล็ก ๆ ของนักข่าว กลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมของความทรงจำระดับชาติ

    ━━━━━━━━━━━━━━
    ⭕️ ริบบิ้นที่ไม่ได้มีความหมาย
    เหมือนกันสำหรับทุกคน

    ในรัสเซียปัจจุบัน ริบบิ้น St. George ถูกยกระดับเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศทางทหารอย่างเป็นทางการ และในปี 2022 รัฐบาลรัสเซียยังออกกฎหมายคุ้มครองริบบิ้นนี้โดยเฉพาะ การดูหมิ่นหรือทำลายอาจมีโทษทั้งปรับและจำคุก

    สำหรับชาวรัสเซียจำนวนมาก คือการ
    ระลึกถึงผู้เสียชีวิตกว่า 27 ล้านคนในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นสัญลักษณ์
    ของความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ

    แต่ในอีกด้านหนึ่ง
    โดยเฉพาะในยูเครน
    และบางประเทศแถบบอลติก
    ริบบิ้นนี้กลับถูกมองต่างออกไป

    หลังปี 2014 ถูกเชื่อมโยงกับอิทธิพลทางการเมืองและแนวคิดชาตินิยมรัสเซีย จนบางประเทศสั่งห้ามการแสดงสัญลักษณ์นี้ในที่สาธารณะ

    ประวัติศาสตร์
    จึงเต็มไปด้วย...ความซับซ้อน..

    เพราะตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
    ริบบิ้นเส้นเดียวกันนี้ เคยถูกใช้ทั้งโดยกองทัพจักรวรรดิ กองทัพโซเวียต ขบวน
    กองกำลังติดอาวุธผสมผสานที่ต่อต้าน
    บอลเชวิก ไปจนถึงบางกลุ่มที่ร่วมมือกับเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

    จึงเป็นสัญลักษณ์ที่ทั้งทรงพลัง งดงาม
    และเต็มไปด้วยมิติทางประวัติศาสตร์

    SOURCE +++++
    https://www.historians.org/perspectives-article/st-georges-ribbon-april-2023/

    ■□■■□□□□□□□■■□■■■■■■■■□

    รวบรวมกว่า 100 เรื่องราว
    เกี่ยวกับรัสเซีย
    https://www.facebook.com/share/p/17TxkkKp2V/

    https://www.facebook.com/share/p/1JFWVcqzR6/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【โรงงาน BYD ตงก่วนถูกแฉ “ลดต้นทุน” ถึงขั้นไม่เปิดไฟในโรงอาหาร พนักงานต้องนั่งกินข้าวในความมืด】
    FB_IMG_1778326990768.jpg
    ชาวเน็ตจีนแห่ประชดเสียดสี “หัวหน้าปีก่อนได้ 8 ล้าน ปีนี้ได้ 9 ล้าน ก็ขาดทุนแล้ว” ขณะคอมเมนต์เปรียบเทียบกับโรงงานฮอนด้าที่ข้าวพนักงานชุดละ 7 หยวนยังมีไฟใช้
    ภาพหลุดจากโรงอาหารโรงงาน BYD ตงก่วน
    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่พนักงานโรงงาน BYD ในเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง ส่งเข้ามาแฉ โดยระบุว่าโรงงานแห่งนี้ “ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ” (降本增效) ถึงขนาดไม่ยอมเปิดไฟในโรงอาหารช่วงพนักงานทานข้าว
    ในคลิปจะเห็นภาพโรงอาหารขนาดใหญ่ที่มืดสลัว มีพนักงานจำนวนมากนั่งทานข้าวในสภาพแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ โดยใช้เพียงแสงธรรมชาติและแสงไฟจากภายนอกเท่านั้น สถานที่ดังกล่าวถูกระบุพิกัดว่าอยู่ที่ “ศูนย์รับสมัครหอพัก BYD เมืองตงก่วน” (东莞市比亚迪宿舍招聘中心)
    ชาวเน็ตจีนแห่คอมเมนต์ประชดเสียดสี
    โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 1,400 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นการประชดเสียดสีนโยบาย “ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ” ของบริษัท
    ผู้ใช้ชื่อ “一路花生(电工版)” จากมองโกเลียในแสดงความเห็นว่า “ค่าไฟมันกี่บาทกันเชียว ประหยัดได้ถึงขนาดนี้ เจ๊งไม่ไกลแล้ว”
    ผู้ใช้ชื่อ “家喻” จากซานตงเสียดสีว่า “พนักงานหนึ่งคนทำหลายตำแหน่งเรียกว่าลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ ผู้จัดการหลายคนทำตำแหน่งเดียวเรียกว่าการบริหารแบบละเอียด”
    ผู้ใช้ชื่อ “名字三十天可以修改四次” จากเหอหนานเขียนว่า “บอกต่อไปเลย BYD ขาดทุนถึงขั้นไม่ยอมเปิดไฟในโรงอาหารแล้ว”
    ผู้ใช้ชื่อ “粉猫蓝云” จากปักกิ่งประชดว่า “ผู้บริหารปีก่อนหน้าได้ 8 ล้าน ปีที่แล้วได้ 10 ล้าน วันนี้ได้ 9 ล้าน ก็คือขาดทุนแล้ว”
    ผู้ใช้ชื่อ “无羽” จากหูหนานคอมเมนต์ว่า “ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพคลาสสิกเลย ที่จริงคือยังโลภไม่พอ” ซึ่งได้รับยอดไลก์มากกว่า 200 ครั้ง
    เปรียบเทียบกับโรงงานคู่แข่ง
    ผู้ใช้รายหนึ่งชื่อ “绿色心情” ได้แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบกับโรงงานฮอนด้าว่า “ข้าวพนักงานในโรงงานฮอนด้าไม่ได้ฟรี แต่ราคาแค่ 7 หยวนต่อชุด” พร้อมแนบภาพโรงอาหารที่มีแสงสว่างเพียงพอประกอบ
    นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้ชื่อ “简简单单爱” จากกวางสีระบุว่า “ได้ยินมาว่าตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป โรงงาน BYD ทั่วประเทศจะไม่ให้พนักงานชาร์จรถฟรีอีกต่อไป”
    ผู้ใช้ชื่อ “FOMalhaut” จากกวางตุ้งเสียดสีว่า “ข้างบนมี BYD บุก F1 ข้างล่างมีลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ”
    บริบทกระแสวิจารณ์ BYD ในจีน
    นโยบาย “ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ” (降本增效) เป็นวลีที่ผู้บริหาร BYD ใช้บ่อยในการประกาศกลยุทธ์บริษัท แต่ในมุมมองของพนักงานและชาวเน็ต กลายเป็นคำที่ถูกนำมาประชดเสียดสีถึงสภาพการทำงานที่ถูกบีบรัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
    ที่มา: @whyyoutouzhele (李老师不是你老师), 抖音

    https://www.facebook.com/share/17zNJd6FVT/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สีหศักดิ์” เผยน่าเป็นห่วงเจอชาวจีนพบคลังอาวุธ เข้าข่ายสายลับก็น่ากลัว ยอมรับปัญหาอยู่เกินวีซ่า กระทบความมั่นคงประเทศ เผย คณะกรรมการวีซ่าเตรียมหารือ ลดเวลาวีซ่าชาวจีน 60 วันเหลือ 30 วัน

    https://www.thairath.co.th/news/politic/2931689?utm_campaign=trol_p

    #ข่าวการเมือง #ไทยรัฐออนไลน์

    https://www.facebook.com/share/p/1DqiaURxAF/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Tom Cotton วุฒิสภาสหรัฐฯ พรรครีพับลิกัน แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากมีข่าวว่าประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นทางผ่านในการส่งชิปขั้นสูงจากสหรัฐไปจีน

    โดย Cotton มีการอ้างอิงจากรายงานของ Bloomberg ว่า ชิปที่ Super Micro ส่งออกมีส่วนของชิปขั้นสูงจาก Nvidia ไปยังกลุ่มบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหนึ่งในนั้นคือ OBON Crop ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

    โดยในแหล่งข่าวระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ของสหรัฐฯมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญ ที่ขายให้กับ OBON บางส่วนเพื่อส่งต่อไปยัง Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของประเทศจีน

    โดยล่าสุดอัยการของสหรัฐฯ มีการกล่าวหาอย่างเป็นทางการตอบผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Super Micro ในข้อหาร่วมมือกับบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ระบุชื่อและกลุ่มนายหน้าบุคคลที่สามเพื่อเบี่ยงเบนกฎการค้าสหรัฐในประเด็น การส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์

    โดยทางอัยการได้มีการยื่นฟ้องส่งผลให้ราคาหุ้นของ Super Micro ร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่การปราบปรามการลักลอบนำเข้าชิปครั้งแรกในปี 2022

    แม้ว่าจะมีการฟ้องร้องบริษัทของตนเองแต่ทางการสหรัฐยังไม่ได้มีการกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่า OBON และ Alibaba ละเมิดกฎหมายสหรัฐหรือไม่

    โดยทางโฆษกของบริษัท Alibaba ออกมาแถลงการณ์ทันทีว่า

    บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ OBON และ Super Micro หรือบุคคลที่สามอื่นใดที่อาจถูกกล่าวถึงในคำฟ้องร้อง เรามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการลักลอบนำเข้าที่ถูกกล่าวหา เราไม่เคยได้ใช้และไม่เคยใช้ชิปของ NVIDIA ในศูนย์ข้อมูลของเรา 

    น่าสนุกละครับ 

    https://www.facebook.com/share/p/17dmDqEAeu/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดับฝันธุรกิจขนาดลางและเล็ก(SME) โดนแบงก์ปฏิเสธสูงถึง 20% ใครทำธุรกิจใน 3 กลุ่มนี้ ไม่เข้าตาแบงก์ เสี่ยงสูงกู้ไม่ผ่าน แถมเศรษฐกิจก็แย่ BTimes

    May 9, 2026 กู้ไม่ผ่าน! เอสเอ็มอีไทยเผชิญปัญหากู้ไม่ผ่าน ถูกปฏิเสธสูงถึง 20% มี 3 กลุ่มเสี่ยงสูงกู้ไม่ผ่าน

    การรวบรวมข้อมูลพบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ SMEs ในไทยเฉลี่ยสูงถึง 10-20% ต่อเดือนของคำขอทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงที่สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาเอกสารรายได้และการชำระหนี้เดิม ขณะที่ SMEs กว่า 1 ใน 3 ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่เข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

    สาเหตุหลักเกิดจากความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ธุรกิจขาดทุน หรือมีรายได้น้อยกว่าจริงหนี้เดิมสูง ภาระหนี้เดิมเยอะ หรืออยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ขาดหลักฐานชัดเจน ไม่มีการเดินบัญชีธนาคารหรือเอกสารประกอบไม่น่าเชื่อถือ

    อย่างไรก็ตามธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME D Bank เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 พบว่าสามารถพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 19,800 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.75 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นการเติมทุนให้กับรายเล็ก วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย

    ตัวเลขนี้ถือว่าสวนทางกับภาพรวมของสถาบันการเงินทั่วไปที่เข้มงวดการปล่อยกู้มาตลอด 3 ปี เนื่องจากกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาราคาพลังงาน และผลกระทบจากสินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาในตลาดไทย

    สำหรับประเด็นการปฏิเสธสินเชื่อ SME D Bank ยอมรับว่า สาเหตุหลักมาจากคุณสมบัติ และความพร้อมที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์" โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกปฏิเสธสินเชื่อในปัจจุบัน ได้แก่: กลุ่มธุรกิจเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง กลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรงจากการทะลักของสินค้าต่างแดน และกลุ่มธุรกิจที่ยังขาดการปรับตัวสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

    https://www.facebook.com/share/1B2KmSuU31/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วัดใจรัฐบาล "อนุทิน" ดัน "นโยบาย 10 พลัส" แก้วิกฤตเศรษฐกิจไทย ประเดิมกู้เงิน 4 แสนล้านบาท พยุงปากท้องคนไทย ความหวังหรือภาระในอนาคต?

    สถานการณ์ปัจุบันพูดได้เลยว่าไม่ปกติ ด้วยวิกฤตที่เกิดขึ้นรอบด้าน ยิ่งสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ ยิ่งทำให้ทั่วโลกปั่นป่วน การค้า การขนส่ง ราคาพลังงานผันผวนไม่หยุดหย่อน เศรษฐกิจไทยที่เดิมทียังไม่พ้นวิกฤต ลากยาวมาตั้งแต่โควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน ตึกถล่ม ภัยพิบัติ ข่าวด้านลบเกี่ยวกับทุนเทาจีน นักท่องเที่ยวโดนลักพาตัว น้ำท่วม ฯ กดดันความเชื่อมั่นให้กับประเทศ และประชาชน ยังรวมไปถึงปัญหาหนี้เรื้อรังที่กระทบไปยังกำลังซื้อ การใช้จ่าย ต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโดยรวม

    การเลือกตั้งครั้งล่าสุด และได้มาซึ่ง" รัฐบาลอนุทิน" จากก่อนหน้าที่เป็นรัฐบาลชั่วคราว 4 เดือน รัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหากไทย นั้น กลายเป็นความหวังของประชาชนที่จะมากู้วิกฤตเศรษฐกิจในตอนนี้

    ซึ่งจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายกฯได้ประกาศที่จะมุ่งเน้นการผนึกพลังฝ่าวิกฤตโลกผ่านแนวคิด "นโยบาย 10 พลัส" โดยเน้นยกระดับเศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพื้นที่ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” (Quick Big Win) เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น ควบคู่การวางรากฐานระยะยาว โดยเน้นลดภาระค่าครองชีพ แก้หนี้ครัวเรือน

    <ประเดิมกู้เงิน 4 แสนล้านแก้ปากืท้องประชาชน>
    ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประเดิมด้วยการ มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หรือ ‘ร่างพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

    โดย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ให้เหตุผลการออก พ.ร.ก.กู้เงินว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตปากท้อง” ที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียว แต่กำลังมาเป็นคลื่นต่อเนื่อง โดยในระลอกแรก คือ ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ระลอกที่สอง คือ กำลังลุกลามไปสู่ต้นทุนอาหารและสินค้าต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น และระลอกที่สาม คือ กำลังซื้อของประชาชนที่เริ่มลดลง ส่งผลกระทบในลักษณะแรงบีบสองด้าน (Double Squeeze) ต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่รายได้ลดลงแต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น ฉุดกำลังซื้อของประชาชนและเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจตกต่ำ (Stagflation)

    และในระยะถัดไป แม้สงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจจะจบลงแต่ภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะคงมีอยู่ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปเหมือนเดิมและความเสี่ยงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานยังคงสูงต่อเนื่อง ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงที่สุดอันดับต้น ๆ ในเอเชีย จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังในกรอบงบประมาณที่มีอยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตแต่จะไม่ทันการณ์ เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน และหากจะดำเนินการผ่านกระบวนการตรากฎหมายปกติจะไม่ทันต่อสถานการณ์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลังจึงจำเป็นในการออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว

    วัตถุประสงค์หลักในการใช้จ่ายเงินกู้ ก็เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุดในการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ และปรับโครงสร้างพลังงานซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลต่อวิกฤตโดยตรง โดยรัฐบาลกำหนดไว้ 2 แผนงานหลักคือ
    แผนงานที่ 1 : มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก โดยมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซ้ำจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

    แผนงานที่ 2 : มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท เช่น การใช้งบฯเพื่อนำไปใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าพลังงานฟอสซิล ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต เป็นต้น

    <หลายฝ่ายห่วงเพิ่มภาระการคลัง>
    มีความกังวลจากหลบายฝ่ายว่า การกู้เงินของรัฐบาลจะเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน อาทิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ปี 2569 รัฐบาล กู้ใหม่ 4 แสนล้าน ทับกู้เดิม 8.6 แสนล้าน รวม 1.26 ล้านล้าน ใครได้ประโยชน์ ? แต่ประชาชนต้องจ่าย

    พ.ร.ก. กู้เงินฉบับใหม่วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท กับสนับสนุนใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 อีก 860,000 ล้านบาท ทำให้ยอดการก่อหนี้ในปีเดียวสูงถึง 1,260,000 ล้านบาท

    หากพิจารณาจากข้อมูล หนี้สาธารณะ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ 2568 คือวันที่ 30 กันยายน 2568 มีหนี้สาธารณะคงค้างรวมอยู่ที่ 12,226,290.33 ล้านบาท ล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 12,681,203.98 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อกู้เพิ่มครบจำนวนจะส่งผลให้หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 (30 กันยายน 2569) พุ่งสูงถึงประมาณ 13,486,290.33 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 68.97% ของ GDP (คาดการณ์ GDP ที่ 19.5 ล้านล้านบาท) ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะกำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP

    พ.ต.อ.ทวี ยังระบุด้วยว่า หนี้สาธารณะเป็นความกังวลและความทุกข์ของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเป็นเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.95 ต่อปี (ข้อมูลจากผู้แทนกระทรวงการคลังชี้แจง กมธ.งบประมาณฯ) จากการตรวจสอบข้อมูลรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 ของปี 2567 ซึ่งเป็นข้อมูล “ผลที่เกิดขึ้นจริงหลังสิ้นปีงบประมาณ” ไม่ใช่เพียง “กรอบอนุมัติหรือแผนการกู้”

    โดยพ.ต.อ.ทวี ได้ยกข้อกังวลหลักๆให้เห็น ได้แก่ 1. ใช้เงินกู้ที่ผิดที่ผิดทาง และกระจุกตัว 2.ภาวะ “เสพติดหนี้” หนี้โตเร็วกว่าเศรษฐกิจ 2 เท่า 3. ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายจ่ายสูญเปล่าจากภาษีประชาชน 4. ประสิทธิภาพต่ำเงินค้างท่อ

    ซึ่งพ.ต.อ.ทวี มองว่า รัฐบาลควร “ออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ” โดยนำงบประมาณปี 2569 ในส่วนที่ไม่จำเป็นมาปรับใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามภารกิจเร่งด่วนเสียก่อน และรัฐบาลต้องเลือกใช้วิธีการไม่กู้เงินก่อน โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่พบว่าเอกชนผู้ทำธุรกิจพลังงาน ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน แทบทุกรายมีแต่กำไร ไม่ขาดทุนเลย และการกู้หนี้ต้องถูกไปใช้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ไม่ใช่กู้มาใช้หนี้ให้กลุ่มทุนที่ได้สัมปทานผูกขาด

    <รัฐบาลยืนยันหนี้เพิ่มแต่ยังบริหารจัดการได้ ภายใต้กฎหมาย>
    รองนายกฯ เอกนิติ ยืนยันว่าแม้จะมีการกู้เงินเพิ่มเติม แต่สถานะทางการคลังของไทยยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ หลังการกู้เงินตามร่าง พ.ร.ก. นี้แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังต่ำกว่าเพดานตามกฎหมายที่ร้อยละ 70 ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจนและโปร่งใส และที่สำคัญคือการดำเนินการทุกประการยังอยู่ภายใต้กรอบความรับผิดชอบทางการคลัง

    โดยที่รัฐบาลจะยึดแนวทาง "ทยอยกู้"ตามความจำเป็น และความต้องการของแต่ละโครงการ โดยในช่วงแรกจะเน้นการกู้ระยะสั้นไปก่อน จะไม่มีการกู้เงินทั้งก้อนมากองทิ้งไว้ โดยจะดำเนินการผ่าน คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พิจารณาความเหมาะสมของโครงการต่างๆ ที่แต่ละกระทรวงเสนอเข้ามา ว่าตรงตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงินหรือไม่ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผ่านแล้ว จึงจะส่งให้ ครม. อนุมัติ จากนั้น สบน. จึงจะเริ่มกู้เงินเพื่อนำมาสนับสนุนโครงการนั้นๆ

    ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล กล่าวว่าแหล่งเงินกู้จะมาจากการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก เพราะปัจจุบันต้นทุนการกู้ยืมในประเทศยังต่ำ โดยอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปียังอยู่ที่ระดับกว่า 2% นอกจากนี้ไทยยังมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ในระบบค่อนข้างมาก

    ปลัดกระทรวงการคลัง ลวรณ แสงสนิท ย้ำว่าวัตถุประสงค์หลักของการกู้เงินครั้งนี้ ไม่ใช่การผลักดันตัวเลข GDP แต่เป็นการนำเงินไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เผชิญวิกฤตพลังงาน และนำไปลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านพลังงานของประเทศ (Energy Transition) ให้พึ่งพาพลังงานสะอาดมากขึ้นในระยะยาว

    <"ไทยช่วยไทย พลัส" นโยบายรวบตึง>
    โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" นี้เป็นการปรับรูปแบบจากแนวคิด “คนละครึ่ง พลัส” มาเป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยรวมมาตรการช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เข้าไว้ด้วยกัน เป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการในปี 2569 โดยกำหนดวงเงินช่วยเหลือรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยต้องใช้สิทธิ 1,000 บาท ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถทบสิทธิไปเดือนถัดไปได้

    ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งใช้รูปแบบใกล้เคียงกับโครงการคนละครึ่งเดิม โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบเงินเพิ่มจากสิทธิเดิม โดยจากเดิมได้รับเดือนละ 300 บาท รัฐบาลจะสมทบเพิ่มให้อีก 700 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท ที่สำคัญคือ ประชาชน 1 คน จะได้รับเพียง 1 สิทธิเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำซ้อนระหว่างสิทธิไทยช่วยไทยพลัสกับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ ซึ่งก็หมายความว่าหากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและได้รับสิทธิในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิในกลุ่มคนละครึ่งหรือไทยช่วยไทยพลัสทั่วไปได้ในเวลาเดียวกัน

    กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางหลักของโครงการ รวมทั้ง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ในวันเดียวกัน คือวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อทบทวนสิทธิและปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่

    ในระหว่างนี้ กระทรวงการคลังจะทบทวนสิทธิของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากมีการลงทะเบียนครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อน เพื่อเป็นการตรวจสอบใหม่หลังจากลงทะเบียนล่าสุดมาแล้วประมาณ 5 ปี โดย รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ ระบุว่า การเปิดลงทะเบียนใหม่เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เคยตกหล่นจากระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบและได้รับการพิจารณาสิทธิ และเพื่อคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่อาจมีฐานะดีขึ้น หรือมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ให้หลุดออกจากระบบบัตรสวัสดิการฯ และย้ายไปใช้สิทธิในส่วนของไทยช่วยไทยพลัสแบบประชาชนทั่วไปแทน

    ต่อจากนี้ เราคงต้องติดตามต่อไปว่า "รัฐบาลอนุทิน " ที่ชูคอนเซ็ปต์นโยบายที่ดูทันยุค ทันสมัย ด้วยคำว่า "พลัส" นั้น จะดำเนินไปในทิศทางบวก ( + ) หรือพลัส ได้จริงแค่ไหน แต่ก็เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ย่อมฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดนี้ จากหน้าตาทีมเศรษฐกิจที่มีฝีมือในด้านการบริหารการคลังและประสบการณ์ด้านธุรกิจของรัฐมนตรีที่มาจากภาคเอกชน จะนำความสามารถที่มีมาช่วยกู้วิกฤตให้ประชาชนได้ จะมากจะน้อยเราคงคต้องดูกันต่อไป...

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #รัฐบาลอนุทิน #วิกฤตพลังงาน #ค่าครองชีพ #พ.ร.ก.กู้เงิน #ไทยช่วยไทยพลัส #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BJXPB9QL3/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【หมอจีนชื่อดังในปักกิ่งลั่น “ผมไม่ดูผลตรวจ ใครจะมารักษาแบบแพทย์แผนจีน อย่ามาขอให้ดูฟิล์มเอกซเรย์หรือผลแล็บ”】

    ชาวเน็ตจีนถล่มยับ “ไม่พูดวิทยาศาสตร์ พูดแต่ไสยศาสตร์” ตั้งคำถามทำไมโลกนี้ไม่มีแพทย์เกาหลี แพทย์ญี่ปุ่น แพทย์อังกฤษ มีแต่จีนเท่านั้นที่ยึดติดของเก่า

    วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 บัญชี @whyyoutouzhele (李老师不是你老师) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของคุณหม่า ยฺหวี่เป่า (马玉宝) แพทย์แผนจีนอาวุโสชื่อดังในกรุงปักกิ่ง ซึ่งกล่าวถ้อยคำที่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียจีน


    หมอจีนลั่น “ผมไม่ดูผลตรวจ”

    ในคลิปดังกล่าว คุณหม่า ยฺหวี่เป่า กล่าวว่า

    “ผมไม่ดูผลตรวจ พวกคุณจะมาหาหมอแผนจีนรักษาโรค อย่ามาขอให้แพทย์ดูฟิล์มเอกซเรย์และผลแล็บ ถ้าต้องดูฟิล์มเอกซเรย์ เขาก็ไม่ใช่หมอแผนจีนแล้ว ดังนั้นผมจึงรังเกียจการดูฟิล์มเอกซเรย์เป็นพิเศษ”

    คุณหม่ายังกล่าวเพิ่มเติมว่า

    “แพทย์แผนจีนต้องยึดตามระบบความคิดของแพทย์แผนจีน พิจารณาสาเหตุของโรค และวินิจฉัยอย่างแม่นยำตามหลักของแพทย์แผนจีน”

    พร้อมเน้นย้ำว่าแม้จะดูผลตรวจได้ก็ตาม แต่เขาเลือกที่จะไม่ดู


    ประวัติแพทย์อาวุโส มีประสบการณ์กว่า 40 ปี

    สำหรับประวัติของคุณหม่า ยฺหวี่เป่า เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์แผนจีน มหาวิทยาลัยการแพทย์หนิงเซี่ย และหัวหน้าแผนกแพทย์แผนจีนของโรงพยาบาลใหญ่ในเครือมหาวิทยาลัยดังกล่าว มีประสบการณ์ทางคลินิกกว่า 40 ปี และอ้างว่าเชี่ยวชาญการรักษาโรคมะเร็งระยะกลางและปลาย รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ


    ชาวเน็ตจีนถล่ม “ไม่พูดวิทยาศาสตร์ พูดแต่ไสยศาสตร์”

    ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจีนจำนวนมากได้แสดงความเห็นวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน

    ผู้ใช้รายหนึ่งความเห็นว่า

    “ไม่พูดวิทยาศาสตร์ พูดแต่ไสยศาสตร์ แล้วทำไมโลกนี้ไม่มีแพทย์เกาหลี แพทย์ญี่ปุ่น แพทย์อังกฤษ ในวงการแพทย์เขาพูดเรื่องวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์กันทั้งนั้น”

    ผู้ใช้อีกรายเสียดสีว่า

    “ผลออกมาดีก็เคลมเป็นผลงานคุณ ผลออกมาไม่ดีก็โทษว่าเป็นปัญหาของคนไข้เอง ครึ่งต่อครึ่งดี”

    มีผู้ใช้เปรียบเปรยว่า

    “หมอเก่าเทพ เปียนเชฺว่ ฟื้นคืนชีพแล้วครับ”

    เปียนเชฺว่เป็นแพทย์ในตำนานยุคโบราณของจีน

    ขณะที่ผู้ใช้จากเหอหนานวิจารณ์ตรงๆ ว่า

    “เวรเอ๊ย อายุปูนนี้แล้ว หลอกคนไปกี่คนแล้ว”

    ผู้ใช้จากซานซีเขียนข้อความเชิงเสียดสีว่า

    “เวลาคุณไปหาหมอแผนจีน ถามวินิจฉัยเสร็จแล้วถ้าหมอบอกว่า ‘คุณไปดูแพทย์แผนตะวันตกเถอะ’ นั่นแปลว่าคุณป่วยจริงๆ แต่ถ้าคุณไปหาแพทย์แผนตะวันตก ถามวินิจฉัยเสร็จแล้วหมอบอกว่า ‘คุณไปดูแพทย์แผนจีนเถอะ’ นั่นแปลว่าโรคของคุณรักษาไม่ได้แล้ว”

    ผู้ใช้จากเสฉวนตั้งคำถามว่า

    “นี่หมอเถื่อนหรือเปล่า? นักศึกษาในวิทยาลัยแพทย์แผนจีนก็ต้องเรียนการดูฟิล์มและผลตรวจกันทั้งนั้น”


    ถกเถียงหนักเรื่องแพทย์แผนจีนในยุคปัจจุบัน

    ทั้งนี้ยังคงมีการแชร์และถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องในประเด็นเรื่องบทบาทและความน่าเชื่อถือของแพทย์แผนจีนในยุคปัจจุบัน


    ที่มา: @whyyoutouzhele (李老师不是你老师)
    https://www.facebook.com/share/1B6azxJQsL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวแคนาดาโยนขี้ให้ทรัมป์ว่าเป็นตัวการทำให้เศรษฐกิจแคนาดาพัง
    โพลล่าสุด: ชาวแคนาดา 89% กล่าวว่า Donald Trump คือต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจแคนาดาย่ำแย่
    ผลสำรวจพบว่ามีความเห็นพ้องเป็นวงกว้าง แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามจะไม่สามารถอธิบายถึงความเชื่อมโยงดังกล่าวได้ก็ตาม โดยส่วนใหญ่ระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นและปัญหาที่พักอาศัยคือความกังวลส่วนตัวที่สำคัญที่สุด
    นี่ไม่ใช่หน้าที่ของทรัมป์ที่จะต้องมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของแคนาดา
    หน้าที่ของทรัมป์คือการทำข้อตกลงทางการค้าที่ดีที่สุดเพื่อสหรัฐอเมริกา และบีบให้พวก 'พวกกินแรงเพื่อน' ในกลุ่ม NATO จ่ายค่าป้องกันประเทศด้วยตัวเองเสียที
    โทษคนอื่น แต่ไม่เคยมองที่ตัวเอง

    https://www.facebook.com/share/p/1DyWN6WAv3/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธุรกิจรับสร้างบ้านแบกต้นทุนสูงต่อไม่ไหว ปรับราคาขึ้น 3-5% เริ่ม พ.ค.นี้ คนลังเลปลูกบ้าน ฉุดตลาดรับสร้างบ้านไม่ทรงก็ทรุดในไตรมาสสอง BTimes

    May 9, 2026 ทรงก็ทรุด! ธุรกิจรับสร้างบ้านแบกต้นทุนสูงไม่ไหว ปรับราคาขึ้น 3-5% เริ่ม พ.ค.นี้ เสนอรัฐบาลคลอดหักลดหย่อนภาษี 5 แสนบาท กระตุ้นตลาดอสังหาฯ

    นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัว เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2568 คาดว่ายอดขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกจะใกล้เคียง หรือ ลดลงเล็กน้อย ประมาณ 0 – 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    สมาคมฯ คาดการณ์ว่าบริษัทสมาชิกโดยส่วนใหญ่จะมีการปรับราคาค่าก่อสร้างบ้านขึ้นประมาณ 3 – 5% โดยจะเริ่มเห็นการปรับราคาที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2 หรือ เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ดังนั้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในการทำสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านภายในไตรมาสนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการล็อกราคาเดิม

    ทั้งนี้ สมาคมฯเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมถึงกลุ่มสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง โดยการขยายเพดานลดหย่อนภาษี และเสนอให้เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่เซ็นสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านกับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมสูงสุด 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท โดยระยะเวลาของมาตรการภาษีควรอยู่ที่ 2 – 3 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ

    #อสังหาริมทรัพย์ #รับสร้างบ้าน #บ้านเดี่ยว #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1ATowABmQV/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวจีนมีบัตรประชาชนสมบูรณ์แบบเหมือนบัตรประชาชนคนไทย ชาวจีนมีอาวุธสงครามร้ายแรงและคลังแสงย่อมๆ ที่ชลบุรี ยกเลิกฟรีวีซ่าคนจีนดี หรือไม่? BTimes

    May 9, 2026 พิษฟรีวีซ่าจีน! ตำรวจพัทยาจับหนุ่มชาวจีนซุกระเบิดซีโฟร์ 4 แท่ง ปืนอีก 2 กระบอก ค้นบ้านเจอะอาวุธสงครามร้ายแรงไม่ต่างจากคลังแสงย่อมๆ รัฐมนตรีต่างประเทศห่วงชาวจีนมีอาวุธสงครามร้ายแรงในไทย

    ตำรวจสภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี นำกำลังเข้าค้นบ้านของชายชาวจีน เพื่อขยายผลจากคดีชายชาวจีนขับรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ

    จากการเข้าตรวจค้นบ้านของชายชาวจีนชื่อว่านายเฉิงเจ้า หวู บ้านที่หมู่ 2 น.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ตรวจพบระเบิดซีโฟร์ (C4) จำนวน 4 แท่ง หนัก 8 ปอนด์ เสื้อเกราะที่ประกอบกับระเบิดคล้ายชุดระเบิดพลีชีพ ตามภาพที่ปรากฎ

    ทั้งนี้ ชายชาวจีนคนดังกล่าวมีบัตรประชาชนแบบเดียวกับบัตรประชาชนของคนไทย ระบุที่อยู่ตามบัตรประชาชน บ้านเลขที่ 1218 ซอยเพชรเกษม 55/2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 2537 วันออกบัตร: 16 กันยายน 2563 วันบัตรหมดอายุ: 20 สิงหาคม 2572

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยอมรับว่า เป็นกังวลกับกรณีชายชาวจีนถูกจับที่จังหวัดชลบุรี โดยมีการครอบครองอาวุธสงครามรุนแรง แต่ขอดูผลการสอบสวนก่อน โดยเฉพาะอาวุธสงครามร้ายแรงตกอยู่ในการครอบครองของชาวต่างชาติ ซึ่งไม่รู้ว่าเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ต้องดูขั้นตอนการเข้าเมืองของหน่วยงานไทย ต้องระวังเรื่องวีซ่าทั้งหลายบางครั้งเข้ามาโดยการอ้างว่าเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยฟรีวีซ่า 60 วัน

    กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการวีซ่ากำลังเสนอปรับลดจากปัจจุบันที่ 60 วัน ลดเหลือ 30 วัน สิ่งสำคัญ คือต้องตรวจดูวีซ่าแต่ละประเภทมีความรัดกุมเพียงพอหรือเปล่า

    #จีน #วีซ่าฟรี #ฟรีวีซ่า #ระเบิดซีโฟร์ #ชลบุรี #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18hSZkjjyy/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บัณเฑาะก์เจ้าพิธี ผู้ใช้ปากเสพกาม นำน้ำ “อสุจิ” รดหน้า ️✨

    ...ข่าวผู้วิเศษนิยม "อมนกเขา เอาอสุจิรดหน้า" เป็นเรื่องต้องทำความเข้าใจ

    ...ในโลกของไสยเวทและพิธีกรรมโบราณ "ความสะอาด" ไม่ได้หมายถึงเพียงกายภาพ แต่หมายถึง "สภาวะจิต" และ "มงคลแห่งอัตตภาพ"

    ...รากศัพท์และคติความเชื่อที่ว่า ทำไมผู้ที่มีพฤติกรรมบางประการจึงถูก "จารีต" คัดออก!!

    1. นิรุกติศาสตร์ของคำว่า “อสุจิ”
    คำว่า “อสุจิ” หากแยกตามรากศัพท์บาลีมาจาก น (ไม่) + สุจิ (สะอาด/บริสุทธิ์)

    ...ความหมายโดยตรงคือ “สิ่งที่ไม่สะอาด” หรือ "ของปฏิกูล" ในทางคติชนและไสยศาสตร์ อสุจิ คือของเสียที่ขับออกจากร่างกาย ซึ่งถือเป็น "ของต่ำ" ในเชิงสภาวะพลังงาน

    ...แม้จะอ้างว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิต แต่ในบริบทของพิธีกรรม มันคือสิ่งปนเปื้อนที่ทำลายความบริสุทธิ์ของพิธี จึงได้ชื่อว่า อสุจิ

    2. #บัณเฑาะก์

    ...ในคัมภีร์อรรถกถา กล่าวถึง บัณเฑาะก์ 5 ประเภท ดังนี้

    ... #อาสิตตบัณเฑาะก์ (บัณเฑาะก์ผู้ใช้ปาก) คือผู้ที่แสวงหาความใคร่ด้วยการใช้ปากรับน้ำอสุจิจากผู้อื่น

    ... #อุสุยยบัณเฑาะก์ (บัณเฑาะก์ผู้ขี้หึง/ช่างริษยา) คือผู้ที่ไม่ได้ร่วมเพศเอง แต่เกิดความกำหนัดยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นร่วมเพศกัน (กลุ่มถ้ำมองหรือพวก Voyeurism)

    ... #โอปักกมิยบัณเฑาะก์ (บัณเฑาะก์ผู้ถูกตอน) คือบุคคลที่ถูกทำให้พิการทางเพศด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถูกตอน หรือได้รับอุบัติเหตุจนสูญเสียสมรรถภาพ

    ... #ปักขบัณเฑาะก์ (บัณเฑาะก์ข้างขึ้นข้างแรม) คือผู้ที่มีความกำหนัดหรือแสดงอาการทางเพศเปลี่ยนไปตามข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ (มีภาวะทางเพศไม่คงที่)

    ...#สิปปนบัณเฑาะก์ (บัณเฑาะก์โดยกำเนิด) คือบุคคลที่มีความบกพร่องทางอวัยวะเพศมาตั้งแต่กำเนิด ไม่ปรากฏเพศที่ชัดเจนตามธรรมชาติ

    ...อาสิตตบัณเฑาะก์ หรือ บัณเฑาะก์ผู้ปรารถนาสำเร็จความใคร่ ด้วยการใช้อวัยวะส่วนบน (ปาก/หน้า) เพื่อรับการรดด้วยน้ำอสุจิ

    ...ตามคติโบราณ “ใบหน้า” คือศูนย์รวมแห่ง "สง่าราศี" เป็นจุดที่เป็นมงคลที่สุดของร่างกาย

    ...การตั้งใจนำ "อสุจิ" ซึ่งถือเป็นของไม่สะอาด (อสุจิ = น + สุจิ) มารดลงบนใบหน้า จึงถือเป็น “อุบาทว์” อย่างร้ายแรง เป็นการทำลายสง่าราศีและสิริมงคลในตัวจนสิ้นซาก

    3. ทำไมโบราณจึง "ห้าม" ...อาสิตตบัณเฑาะก์ เป็นผู้ประกอบพิธี?

    ...ในเชิงคติชนวิทยา ผู้ที่จะเป็น "พราหมณ์" หรือ "ผู้ประกอบพิธี" หรือ "ผู้อ้างคุณวิเศษเหนือธรรมชาติ" จะต้องเป็น “ผู้บันดาลมงคล” ให้แก่ผู้อื่น

    ...ดังนั้น คนเหล่านี้จึงต้องมี "มงคล" ที่บริบูรณ์

    ...เมื่อจิตใจจดจ่ออยู่กับการแสวงหาความใคร่ ในระดับการอมนกเขาใช้หน้ารับเอาน้ำอสุจิ จิตย่อมไม่มีมงคลและสมาธิที่จะบันดาลพลังพระเวทให้ศักดิ์สิทธิ์ได้

    ...เมื่อใบหน้าที่ควรเป็นที่สถิตของเทวบารมีกลับถูกแปดเปื้อนด้วยของไม่สะอาด ตามความปรารถนาราคะในจิตของตนเอง พลังงานมงคลย่อมไม่อาจผ่านร่างนั้นไปสู่ผู้อื่นได้ พระเวทที่ท่องออกมาจึงกลายเป็นเพียง "ลมปาก" ที่ไร้ความขลัง

    4. โลกยุคใหม่ เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ถูกแทนที่ด้วย “ความบันเทิง”

    ....เป็นเรื่องน่าสังเกตว่าในปัจจุบัน เรากลับพบเห็นผู้ประกอบพิธีที่มีพฤติกรรม หรือกิริยาที่โน้มเอียงไปทางบัณเฑาะก์ประเภทที่แสวงหาอสุจิรดหน้ามากขึ้น (บัณเฑาะก์ มี 5 ประเภท) โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่
    อลังการ แสงสีเสียง เน้นการสื่อสารผ่านความตื่นตาตื่นใจ (Visual Impact) สร้างแบบแผนกิริยาพิสดาร เน้นความแปลกใหม่ เพื่อให้เกิดกระแส

    ...ในมุมมองของครูบาอาจารย์โบราณ นี่คือ “ความเสื่อมถอยของวิชา” เพราะนี่ไม่ใช่การประกอบพิธีเพื่อให้เกิด ผลสัมฤทธิ์ (Efficacy) ตามจารีต แต่เป็นการเปลี่ยนพิธีกรรมให้กลายเป็น การแสดง (Performance/Entertainment) เพื่อความบันเทิงใจของผู้ร่วมชมเท่านั้น

    ดังนั้น การสืบทอดพระเวทไม่ใช่เรื่องของความเท่าเทียมในเชิงสังคม แต่เป็นเรื่องของ “กฎเกณฑ์แห่งพลังงาน” บนความรู้ทางคติชน

    ...หากผู้ประกอบพิธียังแยกแยะระหว่าง "มงคล" กับ "อสุจิ" ไม่ได้ ยังปล่อยให้สง่าราศีบนใบหน้าถูกกลบด้วยกามราคะที่ผิดจารีต ความศักดิ์สิทธิ์นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เลย

    #หอพระธรรมเทวาภิบาล
    จารย์ครูธรรมยอดแก้ว
    ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ

    #อาสิตตบัณเฑาะก์ #พระเวทโบราณ #คติชนวิทยา #ความเชื่อ #พิธีกรรม #ราศี #อสุจิ #ศาสตร์แห่งมงคล #จารีตโบราณ #จารย์ครูธรรมยอดแก้ว
    https://www.facebook.com/share/p/1B3yW3d1CM/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยังไม่จบอีก ตำรวจ ระดับ ผู้กำกับใหญ่ ของ กัมพูชา ออกมาแถลงให้ชาวบ้าน เขมร แจ้งเบาะแส หากมีการ ลักลอบ นำทุเรียนไทย เข้าไปใน กัมพูชา

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778333392980.jpg
    #เขมร #กัมพูชา #cambodia #ducknews

    https://www.facebook.com/share/1Ey2wy4hmJ/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักข่าว #เขมร คนสนิท ของ ฮุนเซน ที่ เคยเชิญ hunsen ไปทำท่าเป็นตากล้อง ที่สถานีข่าวของตนเอง ยังคง ทำข่าว ป้ายสี ต่อเนื่อง

    รวมทั้ง อินฟูล ไอโอ #กัมพูชา ทั้งหลาย ก็ยังจัดหนักเหมือนเดิม

    แล้วแบบนี้หรือ ที่เรียกว่า แสดงความจริงใจ ที่จะคืนดีกัน ?

    ล่าสุด นักข่าว เขมร คนนี้ ยังถามอยู่เลยว่า จะให้เปิดด่านไหมดีไหม จน ชาวกัมพูชา เข้ามาคอมเม้นท์ ซัดกันฉ่ำ

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778333520211.jpg
    #cambodia #ducknews

    https://www.facebook.com/share/p/1DmmxxXHLj/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อ #เขมร ในคอมโทรล ของ ฮุนเซน โวฉ่ำ กัมพูชา รายได้เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยว จะลดลง

    ซึ่งสวนทางกับสื่ออื่น ของ กัมพูชา ที่ไปสัมภาษณ์ชาวบ้าน เขมร ยอมรับว่า รายได้หายเกลี้ยง โดยอ้างว่า เป็นเพราะเหตุการณ์ ปะทะ ที่ชายแดน

    ที่มาข่าว อยู่ในคอเม้นต์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778333582273.jpg
    #cambodia #ducknews #กัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/p/1A4eNyY3qu/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดไข่ไก่วิกฤต! กำลังซื้อหาย ไข่ล้นสต็อก “ล้ง” แบกขาดทุนอ่วม
    .
    สถานการณ์ตลาดไข่ไก่ไทยวิกฤต หลังกำลังซื้อฐานรากวูบหนักทำไข่ค้างสต็อกจนเน่าเสีย ขณะที่ล้งไข่โอดแบกภาระขาดทุนหลักแสน ชี้ราคาประกาศไม่สะท้อนกลไกตลาดจริง และมีการแอบขายตัดราคาจากฟาร์มเพื่อระบายของ
    .
    กลุ่มแรงงานและพนักงานโรงงานซึ่งเป็นลูกค้าหลักลดการจับจ่ายอย่างชัดเจนหลังช่วงวันหยุดยาว เนื่องจากต้องสำรองเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม ส่งผลให้บรรยากาศการค้าในตลาดสดและตลาดนัดเงียบเหงา ไข่ไก่รวมถึงเนื้อสัตว์ประเภทอื่นมียอดขายชะลอตัวอย่างรุนแรง
    .
    ผู้ค้าคนกลางหรือล้งไข่กลายเป็นกลุ่มที่เจ็บหนักที่สุด เนื่องจากต้องรับซื้อไข่มาสต็อกแต่กลับระบายออกไม่ได้ บางรายมีไข่ค้างนานกว่า 8 วันจนเสื่อมคุณภาพ ไม่สามารถส่งเข้าห้างได้ ต้องยอมขายขาดทุนในราคาถูกเพื่อระบายสินค้าออกสู่กลุ่มแรงงานต่างด้าวแทน
    .
    วงการค้าไข่ชี้ราคาหน้าฟาร์มที่พยายามยืนสูงไม่สอดคล้องกับสภาพตลาด และมีการแอบขายตัดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการคำนวณต้นทุนฟาร์มไม่ได้รวมรายได้เสริมอื่น ๆ ขณะที่จำนวนไก่ไข่ในระบบอาจสูงเกินความต้องการบริโภคจริงในปัจจุบัน

    https://www.facebook.com/share/1GjDPxAG6G/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,545
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ลือสนั่น! ไทยนำเข้าเข้าโพด GMO สหรัฐ 1 ล้านตัน “โรงสี” หวั่นทุบราคาข้าวร่วง
    .
    มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมลงนามสัญญาเพื่อนำเข้าข้าวโพด GMO จากสหรัฐอเมริกา ปริมาณ 1 ล้านตัน
    .
    สมาคมโรงสีข้าวไทยแสดงความกังวลว่าการนำเข้าดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกตกต่ำลง
    .
    ทางสมาคมฯ ชี้ว่าไทยมีวัตถุดิบอาหารสัตว์เพียงพอแล้ว และที่ผ่านมามีการนำเข้าสินค้าทดแทนสูงถึง 18 ล้านตัน การนำเข้าเพิ่มจึงเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร

    https://www.facebook.com/share/p/1J5zqJGvqs/
     

แชร์หน้านี้

Loading...