เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 พฤษภาคม 2026 at 14:13.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าวันนี้ที่ "บ้านพัก Lake Watch - Discover Tekapo Accommodation" เมือง Lake Tekapo กระโดดขึ้นกระโดดลงเหมือนม้าดีด อยู่ที่ ๑๑ องศาเซลเซียส ๑๓ องศาเซลเซียส ๘ องศาเซลเซียส ๑๑ องศาเซลเซียส สลับกันไปมา..!

    ลักษณะอากาศแบบนี้หาความแน่นอนอะไรไม่ได้เลย แต่ว่าพวกเรามีโปรแกรมที่จะไปเดินเทร็คกิ้งบริเวณ "ภูเขา Mount. Cook" ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงยิ่งของประเทศนิวซีแลนด์ จึงต้องขอบารมีท่านเจ้าที่เจ้าทางน้อยใหญ่ทั้งหลาย ช่วยกันดูแลให้พวกเราสามารถที่จะไปเดินได้โดยที่ไม่เปียกฝนด้วย

    อาหารเช้าวันนี้พวกเราทำกันเอง โดยที่กระผม/อาตมภาพฉันข้าวต้มเป็นอาหารเช้า แต่ว่าบรรดาญาติโยมกลับกินข้าวกัน แบบนี้เหมือนตัดกำลังกันชัด ๆ..! พวกเราต้องรีบออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่ทันสว่าง เนื่องเพราะว่า "Mount. Cook" นั้นอยู่ค่อนข้างที่จะไกล จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบเร่งเดินทางไปให้ทัน ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากว่าไปช้า บรรดานักท่องเที่ยวอื่น ๆ แห่กันไปถึงก่อน ก็จะเป็นเวรกรรมของเรา..!

    แต่กระนั้นก็ดี เมื่อผ่านสถานที่ต่าง ๆ พวกเราก็แวะถ่ายรูปกันเป็นระยะไป ไม่ว่าจะเป็น "ริมทะเลสาบ Pukaki" ก็ดี บริเวณรูปปั้นของ "The Himalayan Tahr" หรือว่าแพะภูเขาหิมาลัยก็ดี ตลอดจนกระทั่งบรรดาจุดชมวิวต่าง ๆ ซึ่งมองเห็นภูเขาหิมะ "Mount. Cook" อยู่แต่ไกล ซึ่งจุดไหนถ้าหากว่าสวยงามเป็นที่ประทับใจ ทางการนิวซีแลนด์ก็จะทำสถานที่จอดรถเอาไว้ให้ นับว่าอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้ดีมาก ๆ บางแห่งพวกเราถึงกับต้องรอจังหวะให้รถว่าง แล้วก็ไปยืนถ่ายรูปหมู่เย้ยฟ้าท้าดินกันกลางถนน..!

    สถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของบุคคลที่มาถึงก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นชาวอังกฤษ ดังนั้น จึงทำให้ชื่อสถานที่ก็ดี ชื่อเมืองก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นชื่อภาษาอังกฤษกันทั้งนั้น พวกเราถ่ายรูปกันไปเรื่อย จนกระทั่งฟ้าเริ่มสว่าง ก็มาถึงสถานที่เป้าหมายของเราก็คือภูเขา "Mount. Cook" พวกเรามาถึงตอน ๐๘.๕๐ น. แต่กระนั้นก็ตาม ก็มีบรรดานักท่องเที่ยวมาถึงแล้วเป็นสิบ ๆ คันรถ จำนวนหนึ่งก็มาโดยรถบ้าน นอนพักกันอยู่ที่ลานจอดรถเลย หมดเรื่องหมดราวไป

    เมื่อพวกเราลงจากรถ อากาศอยู่ที่ ๑๐ องศาเซลเซียส แต่ทางด้านนี้ลมภูเขาผสานกับลมทะเลสาบและลมแม่น้ำรุนแรงมาก บางจังหวะที่พัดมาถึงกับเดินเซเลยทีเดียว..! พวกเราส่วนใหญ่จึง "จัดเต็ม" ใส่ทั้งหมวกไหมพรมกันหนาว เสื้อกันหนาว เพิ่มกันไปแทบทุกคน

    กระผม/อาตมภาพเองก็ใส่ฮีตเทค ซึ่ง "ลูกแม็ก" (นายณัฏฐดนัย กราสเซ่ต์) ไอ้ลูกชายที่ซื้อให้หลวงพ่อ เพราะกลัวว่าหลวงพ่อจะหนาว ตัวนี้ได้ยินว่าสามารถป้องกันอากาศหนาวได้ถึง - ๕ องศาเซลเซียส เพียงแต่ว่าเมื่อใส่มาแล้วก็รู้สึกว่าร้อน เนื่องเพราะว่าภายนอกก็มีสองชั้นเข้าไปแล้ว..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    เมื่อพวกเราเข้าห้องน้ำบริเวณจุดบริการนักท่องเที่ยวแล้ว ก็เดินเทร็คกิ้งไปตามเส้นทางที่ต้องข้ามแม่น้ำและสะพาน ชื่อว่า "Mueller Lake Look" ก็คือบริเวณชมวิวตรงจุดนั้น พวกเราเดินไปถ่ายรูปไป บางจังหวะลมแรง พัดมาก็ถึงกับเดินเซเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าลมภูเขาที่พัดกรรโชกมาเป็นระยะ จะดุเดือดได้ขนาดนี้..!

    จนกระทั่งไปถึงจุดชมวิวแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสะพานที่เรามองเห็นอยู่ไกล ๆ ตรงจุดนี้ด้านหน้าสุดจะเป็นภูเขาหิมะ ตามมาด้วยทะเลสาบ ซึ่งรองรับน้ำที่ละลายจากหิมะ แล้วไหลเป็นลำธารขนาดใหญ่ลงมา จึงมีการสร้างสะพานข้ามกันตรงนั้น มีนักท่องเที่ยวสองคนจองที่ถ่ายรูปอยู่ก่อน พวกเราจึงขออภัย แทรกเขาเข้าไปถ่ายรูปบ้าง

    แต่เจ้าประคุณเถอะ..ลมแรงขนาดหมวกปลิวเลยทีเดียว..! จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบถ่ายรีบหลบออกจากจุดนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วจะรู้สึกหนาวมาก ถัดจากนั้นไม่ไกล พวกเราเดินลงต่ำไปจนถึงริมลำธารใหญ่ แล้วข้ามสะพาน ซึ่งเขียนป้ายเอาไว้ชัดเจนว่า จำกัดให้ข้ามได้พร้อมกันไม่เกิน ๒๐ คน ตอนที่พวกเรามาถึง นักท่องเที่ยวที่มาเร็วกว่าก็กลับไปแล้ว ส่วนที่มาช้ากว่าก็ยังมาไม่ถึง สะพานจึงเป็นของคณะเรา..! ถ่ายรูปกันโดยหามุมตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เอาให้คุ้มกับความเหนื่อยยาก ที่เดินลากสังขารกว่าจะมาถึง..!

    เมื่อถ่ายจนไม่มีที่ให้ถ่ายแล้ว พวกเราก็เดินย้อนกลับออกมา ซึ่งทางกลับนั้นก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเดินนำหน้าเราอยู่ แต่กระผม/อาตมภาพเหลือบเห็นเจดีย์ประหลาดอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งทางนี้เป็นเส้นทางเทร็คกิ้งที่ชื่อว่า "Alpine Memorial" กระผม/อาตมภาพจึงเดินขึ้นไปแบบไม่ลังเล โดยมี "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) เดินตามอยู่ไม่ห่าง ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว แต่ว่าบุคคลที่อายุเกินเกษียณแล้วมาออกกำลังแบบนี้ ก็เห็นทีว่าจะกลับไปนอนระบมแน่นอน..!

    ขึ้นไปถึงด้านบน ซึ่งมีการเรียงหินเป็นฐานสี่เหลี่ยม แล้วด้านบนก่อขึ้นไปเป็นทรงพีรามิด มีการติดป้ายชื่อต่าง ๆ ของนักผจญภัยรุ่นเก่าเอาไว้โดยรอบ กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปทิวทัศน์รอบบริเวณแล้ว ก็ส่งกล้องให้ "เถ้าแก่ตี๋" ถ่ายรูปตัวเองกับอนุสาวรีย์ตรงนี้ให้ด้วย

    เสร็จแล้วก็เดินลง โดยที่มี "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) โทรศัพท์เข้าเครื่องของ "เถ้าแก่ตี๋" ถามว่าอยู่ถึงไหนกันแล้ว ? ปรากฏว่า "น้องเล็ก" เดินเลยทางแยกไป จนเกือบจะถึงลานจอดรถอยู่แล้ว จึงบอกให้รออยู่ตรงนั้น แล้วพวกเราก็เดินลงไปสมทบ

    ครั้นทุกคนมากันครบแล้ว จึงสอบถามกันว่าใครจะไปอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ได้ชื่อว่าโหด ก็คือ "Kea Point" คำว่า "Kea" นี้ก็คือนกแก้วภูเขา ซึ่งนิสัยค่อนข้างจะโหด หิวขึ้นมาหาอะไรกินไม่ทันก็เจาะหลังแกะกินหน้าตาเฉย..! เมื่อได้ยินว่าเดินแค่ ๓๐ นาที จึงมีหลายคนยินดีที่จะไป กระผม/อาตมภาพเดินไปก็เหงื่อตกไป เนื่องเพราะเสื้อกันหนาวของ "ลูกแม็ก" คุณภาพดีเกินไป จึงต้องเดินช้า ๆ ไม่กล้าที่จะเดินเร็ว เพราะว่ายิ่งเดินเร็วก็ยิ่งร้อน..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    จนกระทั่งหนทางค่อย ๆ ลาดชันขึ้นไปเรื่อย ทางด้านหลังโทรศัพท์มาบอกว่าขอหยุดอยู่แค่นี้ ไปต่อไม่ไหวแล้ว จึงทำให้กระผม/อาตมภาพต้องเดินนำไป โดยมี "เถ้าแก่ตี๋" "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิตย์) "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) และ "น้องเล็ก" ตามไปถึง โดยที่ "เถ้าแก่จิ๊บ" ลากสังขารมาเป็นคนสุดท้าย ทำท่าว่าจะเป็นลม จนต้องให้นั่งอ้าปากหายใจพักใหญ่..!

    แล้วไปหามุมถ่ายรูปกัน ซึ่งด้านนี้ลมก็แรงสาหัสพอ ๆ กัน เพราะว่าพัดลงมาจากยอดเขาหิมะของภูเขา "Mount. Cook" นั่นเอง เมื่อหามุมถ่ายรูปอยู่นั้น จังหวะที่ลมกรรโชกมา "เถ้าแก่ตี๋" ก็เซไปข้างหน้า กระผม/อาตมภาพจึงขึ้นไปยืนแทนที่ ยังไม่ทันที่จะถ่ายรูปเสร็จ ลมกรรโชกมา กระผม/อาตมภาพก็เซลงมาเช่นกัน..! พูดง่าย ๆ ว่าถ้าสาวเท้าเดินตามลม ก็แทบไม่ต้องเดินด้วยตนเอง คงจะปลิวไปข้างหน้าแบบง่าย ๆ เลย..!

    พวกเราเดินย้อนกลับมา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ง่ายเสียแล้ว เนื่องเพราะว่าตอนขาไปนั้น เดินขึ้นตลอด ขากลับกลายเป็นเดินลง จึงไม่ยากนัก กระผม/อาตมภาพดูท่าแล้วว่า "น้องเล็ก" นั้นออกอาการแย่ เพราะว่ามีการเจ็บสะโพกเป็นปกติ จึงล้วงเอา "ยานิคันจิซี" ของประเทศญี่ปุ่นออกมาแบ่งกันคนละซอง ฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับไป

    จนกระทั่งมาถึงบริเวณลานจอดรถ เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วจึงกลับขึ้นรถ วิ่งย้อนเส้นทางกลับไป ขากลับนี้แดดจัดจ้ามาก ฝนที่เปาะแปะลงมาเล็กน้อย เพราะพยายามอั้นไว้สุดชีวิตก็หายไปแล้ว ทำให้ทะเลสาบทุกมุมกลายเป็นสีฟ้าสดใส มองไปทางไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด พวกเราจึงหยุดถ่ายรูปเป็นระยะไป ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายรูปตอนแรก ซึ่งเราถ่ายไปเมื่อเช้าแล้วไม่สวย มาจนกระทั่งถึงบริเวณอนุสาวรีย์แพะภูเขาหิมาลายัน ตอนนี้แดดจัดจ้าสุด ๆ บรรดานักท่องเที่ยวจึงถ่ายรูปกันแบบอิ่มเอมเปรมใจมาก..!

    เมื่อพวกเราไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ประท้วง บอกว่าต้องสแกนจ่ายก่อน แล้วชี้ให้ดูป้าย ก็คือถ้าจ่ายเงินสด ก็ ๒ เหรียญนิวซีแลนด์ ถ้าสแกนจ่ายก็เหรียญครึ่ง "คุณหมอเก็บ" (แพทย์หญิงวัชรีพร ควรดำรงธรรม) จึงส่งเครดิตการ์ดของตนเองให้ บอกว่าสแกนเผื่อตัวเอง เผื่อหลวงพ่อ แล้วก็ "น้องข้าวหอม" (นักศึกษาแพทย์ณภัทร ควรดำรงธรรม) ลูกสาวที่ตามมาเข้าห้องน้ำด้วย

    ทุกคนถึงได้เฮฮากับค่าห้องน้ำที่แพงสาหัส เนื่องเพราะว่าเมื่อวานมาถึงตอนค่ำ เมื่อเช้ามาถึงเช้ามืด ไม่มีคนเก็บสตางค์ นึกว่าเข้าฟรี..! เป็นการฉี่ที่แพงที่สุดในชีวิตของกระผม/อาตมภาพเลยทีเดียว อยู่บ้านเราอย่างเก่งก็ ๒ บาท เต็มที่ก็ไม่เกิน ๕ บาท มาที่นี่โดนไปเหรียญครึ่ง (๓๐ บาท) แทบจะฉี่ไม่ออกเลย..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    แล้วพวกเราก็วิ่งกลับไปยังบ้านพัก ซึ่งมาตอนกลางคืน ออกก็ตอนเช้ามืด มองอะไรไม่เห็น มาถึงตอนนี้ถึงได้รู้ว่า ห้องพักของเราที่คืนละ ๑๔,๐๐๐ บาทนั้นดูสวยงามทีเดียว ต้นไม้เป็นสีเขียวแดงเหลืองเต็มไปหมด

    ไปนั่งรออยู่พักใหญ่ กระผม/อาตมภาพจึงตัดสินใจสรงน้ำเปลี่ยนผ้าไปเลย เพราะว่าชุดที่ใส่อยู่ร้อนเต็มทีแล้ว เสร็จสรรพก็เดินข้ามไปบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งบรรดาพ่อครัวแม่ครัวกิตติมศักดิ์กำลังทำอาหารเป็นการใหญ่ มีทั้งสเต๊กปลาแซลมอน ไข่เจียว ไก่ย่าง ตลอดจนกระทั่งแกงส้ม ซึ่งแกงออกมาได้ "แข็งเป็นหัวไอ้โจร" เนื่องเพราะว่าเพิ่งจะเอากะหล่ำปีใส่ลงไปไม่นาน แต่ว่าเมื่อกินกับไข่เจียว ก็รู้สึกว่า "ไปกันได้เหมือนผีกับโลง" เลยทีเดียว..!

    ครั้นอิ่มแล้ว กระผม/อาตมภาพก็บอกสละอาหาร ให้เขาเอาไปแบ่งสันปันส่วนกัน ส่วนตนเองนั้นไปนอนภาวนา บอกแค่ว่าจะเดินทางเมื่อไรก็ให้เรียกด้วย แต่ว่าภาวนาครบชุดแล้ว ยังไม่มีใครมาเรียก จึงเดินออกมาจากห้อง เจอ "น้องเล็ก" กำลังชงน้ำชาอยู่ บอกว่าขอให้คนที่เหนื่อยจากการเดิน โดยเฉพาะ "เถ้าแก่จิ๊บ"ได้พักก่อน บ่าย ๒ โมงเราค่อยเดินทางกัน

    เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง ฝนก็เริ่มลงเม็ดเปาะแปะมากขึ้น พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งถึงฟาร์มที่เลี้ยงอัลปากา หรือว่าเจ้าสัตว์ประหลาดกึ่งแพะกึ่งอูฐ ที่มีนิสัยชอบถ่มน้ำลายใส่บุคคลที่ตนเองไม่ชอบ.. สถานที่นี้ชื่อว่า "Alpaka Farm Visits & Shop"

    พวกเรามาถึงมีนักท่องเที่ยวสองคันที่ลงจากรถ บอกว่า "Closed" แปลว่า "ปิดจ้า" พวกเราก็เลยหันไปมองทางประตู พอดีคุณป้าเจ้าของฟาร์มโผล่ออกมา แล้วจัดการล็อกกุญแจปิดประตูหน้าตาเฉย บอกว่า "Sorry, Today closed" พวกเราก็เลยได้แต่มองหน้ากัน แล้วก็ไปยืนเกาะรั้ว ถ่ายเจ้าแพะประหลาดหน้าตาเหมือนอูฐเสียก่อน จากนั้นก็หาทางกันว่าเราจะไปไหนดี ?

    ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจว่ามี "พิพิธภัณฑ์ Fairlie Heritage Museum" อยู่ใกล้ ๆ พวกเราไปชมสถานที่นั้นกันแทนดีกว่า เมื่อเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นร้านขายอาหารและของกระจุกกระจิก คุณลุงเจ้าของร้านส่งกุญแจให้ บอกว่าไขเข้าไปดูเองเลย มีทั้งหมด ๕ โกดังใหญ่ ๆ กระผม/อาตมภาพรับกุญแจมาไข "น้องเล็ก" บอกว่า "คนละ ๑๐ เหรียญนะคะ" กระผม/อาตมภาพหันมาดู เห็น "เถ้าแก่จิ๊บ" ตามมาคนเดียว ที่เหลือไม่ยอมจ่าย ๑๐ เหรียญ หรือว่าอยากกินกาแฟแทนก็ไม่รู้ ?
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,311
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,110
    ค่าพลัง:
    +26,914
    พวกเราเดินเข้าไปดูข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ มากมาย ที่เจ้าของเก็บเอาไว้ในโรงนาขนาดใหญ่เป็นหมวดเป็นหมู่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา หรือแม้กระทั่งพวกเครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์เก่า ๆ หรือว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ รถยนต์เก่า ๆ สมัยก่อน แม้กระทั่งลักษณะของบ้านหรือโรงนา ก็แสดงออกซึ่งวิถีชีวิตอย่างชัดเจน มีกระทั่งเครื่องสีข้าวด้วยมือ ตลอดจนกระทั่งบรรดาเครื่องมือในการประทับตราปศุสัตว์ของตนเอง ซึ่งสมัยก่อนใช้เหล็กเผาไฟแล้วนาบกันสด ๆ เลย..!

    ครั้นดูจนกระทั่งหมดหลังแรกก็ออกไปยังหลังที่สอง ที่ด้านหน้ามีรถยนต์เก่า ๆ ตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่ายังแก้ผ้าวิ่งอยู่..! แล้วก็ข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ อีกมาก โดยเฉพาะบรรดาหีบปัดสิ่งของต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเปียโน มีหลายอย่างที่กระผม/อาตมภาพยังทันได้ใช้เหมือนกัน แต่ว่าโทรศัพท์แบบสลับสาย ตลอดจนกระทั่งเครื่องโทรเลขเก่าแบบนั้นยังไม่เคยใช้..!

    เมื่อเดินดูกันจนทะลุไปด้านหลัง เป็นพิพิธภัณฑ์เรือเก่า ซึ่งนิวซีแลนด์นั้นมีแม่น้ำและทะเลสาบเยอะมาก บรรดาเรือเก่า ๆ จึงเป็นหัวใจของชาวบ้านที่นี่มากกว่ารถยนต์เสียอีก จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เรือเก่า ซึ่งมีแม้กระทั่งเรือสำราญ ก็คือเรือที่ทำเหมือนอย่างกับเป็นบ้านเคลื่อนที่ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็น่าจะเป็นเรือยอร์ชนั่นเอง

    พวกเราชมดูจนกระทั่งฝนเริ่มตกหนัก จึงสละสิทธิ์ในการดูโรงนาใหญ่มหึมาอีกสองหลัง ที่บอกว่ามีรถยนต์เก่า ๆ อยู่มากมาย พวกเราเดินชมสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ย้อนกลับออกมาทางด้านนอก เจอลูกค้ามากินอาหารอยู่หลายคน ทำเอาคณะของเราหนีกลิ่นอาหารไปนั่งอยู่บนรถยนต์กันหมด..!

    เมื่อคืนกุญแจแล้วขึ้นรถมาได้ ฝนก็กระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งถึงบ้านพัก เป็นเวลา ๔ โมงกว่าแล้ว จึงได้ทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนก่อน แล้วจะได้ทำธุระส่วนตัวของตนเองต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...