เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 มีนาคม 2026 at 22:11.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,060
    ค่าพลัง:
    +26,884
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,060
    ค่าพลัง:
    +26,884
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ในส่วนของคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ตอนนี้ก็อยู่ซักซ้อมปฏิบัติธรรมอุ่นเครื่องอยู่ที่วัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) ของ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม

    จนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๒ ช่วงเช้าถึงจะออกเดินมายังจุดหมายแรก คือวัดหนองสามพราน เมื่อคืนนี้ทางคณะธุดงค์ได้ผจญกับฝนเล็กน้อย เพียงแต่ว่าทุกท่านเคยชินเสียแล้ว จึงไม่ได้เข้ามาพักในอาคารต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีอย่างพร้อมมูล

    ช่วงประมาณตี ๔ กระผม/อาตมภาพไปร่วมเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้ากับทางคณะ ถวายคำแนะนำในการปฏิบัติธรรมให้กับท่านทั้งหลายเหล่านั้นเล็กน้อย เนื่องเพราะว่าแทบทุกรูปก็คือพระวิปัสสนาจารย์ประจำกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ประมาณว่า "ใด ๆ ทุกท่านก็รู้อยู่แล้ว เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้..!"

    จากนั้นก็ขอตัวไปฉันเช้าก่อน เนื่องเพราะว่าต้องวิ่งไปยังวัดห้วยหวาย หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรีเพราะว่า "หลวงพ่อวิชาติ" (พระครูสุทธิกาญจนภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยหวาย มรณภาพด้วยอายุ ๘๔ ปี บางท่านพอเห็นสมณศักดิ์ของท่านก็ตกใจ นึกว่าเป็น "หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไร่ป้า" ของทองผาภูมิเราเอง เพราะว่าหลวงพ่อประสิทธิ์ก็คือ "พระครูสิทธิกาญจนภรณ์" ต่างกันแค่สระตัวเดียวเท่านั้น..!

    ก่อนหน้านี้เรื่องของสมณศักดิ์เป็นเรื่องที่ปวดหัวมาก เนื่องเพราะว่านอกจากจะเขียนด้วยมือทุกแผ่นแล้ว ยังต้องตรวจสอบพระราชทินนามอย่างเคร่งครัด เนื่องเพราะว่าถ้าเขียนผิดก็คือเริ่มต้นใหม่ ถ้าหากว่าตั้งซ้ำก็เป็นไปไม่ได้อีก ดังนั้น..มาถึงช่วงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ. ๗) ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร ท่านเป็นรูปแรกของคณะสงฆ์ไทย ที่เอาระบบเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์มาใช้ ตั้งแต่นั้นมาทุกอย่างก็สะดวกสบายขึ้นมาก

    เนื่องเพราะว่าถ้าพิมพ์ชื่อลงไปแล้วซ้ำ ข้อมูลก็จะเด้งขึ้นมาให้เราแก้ไขได้ทันท่วงที ประกอบกับมีบรรดาฟ้อนท์ตัวอักษรต่าง ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะฟ้อนท์ลายไทย ก็ทำให้บรรดาพระเถระที่มี "ลายมืออาลักษณ์"
    แต่ละปีรับหน้าที่เขียนกันจนมือหงิก พอมีโอกาสได้เกษียณอายุกันบ้าง

    แม้กระทั่งท่านเจ้าคุณราชฯ วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร ที่เป็นพระอุปัชฌาย์รุ่นเดียวกับกระผม/อาตมภาพ ท่านก็เขียนตราตั้งพระอุปัชฌาย์ให้รุ่นของกระผม/อาตมภาพ หรือว่ารุ่นของท่านเองนั่นแหละ เป็นรุ่นสุดท้าย แล้วถึงได้เกษียณตัวเองไป

    มาระยะหลังนี่จึงแค่เปลี่ยนข้อมูลแล้วก็สั่งปริ๊นท์ออกมาได้เลย ทำให้โอกาสที่ชื่อจะซ้ำกันเป็นไปได้ยากมาก ยกเว้นว่าจะพิมพ์ผิด อย่างพระราชทินนาม "พระครูวิลาศกาญจนธรรม" ของกระผม/อาตมภาพนั้น โดยปกติแล้ว ก็จะสะกดด้วตัว ส.เสือ เพราะว่าการสะกดด้วย ศ.ศาลา ไม่มีในภาษาบาลี แต่ปรากฏว่าเขาพิมพ์ผิดด้วยความเคยชิน ก็คือพิมพ์วิลาศ สะกดด้วย ศ.ศาลา ในเมื่อในหลวงลงพระปรมาภิไธยแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องใช้กันผิดตามผิดไปเรื่อย ๆ
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,060
    ค่าพลัง:
    +26,884
    ก็แบบเดียวกับของท่านเจ้าคุณวีระ - พระวิสุทธิพงษ์เมธี, ดร. (วีระ มหาวีโร ป.ธ. ๗) คำว่า พงษ์ ของท่าน ใช้ ษ์ การันต์ ซึ่งปกติแล้วต้องเป็น ศ์ การันต์ ก็ต้องผิดแล้วเลยตามเลย เพราะความเคยชินของคนพิมพ์ ก็คือเอาที่ใช้ตามความนิยม ลงไปปนกับภาษาบาลี ก็เลยทำให้เกิดข้อผิดพลาดกันขึ้นมาได้

    หลังจากที่ถวายปัจจัยไทยธรรมช่วยงานศพหลวงพ่อวิชาติ และออกจากวัดห้วยหวายแล้ว กระผม/อาตมภาพก็แวะที่วัดหนองสามพรานและวัดไตรรัตนาราม ซึ่งเป็นวัดแรก ๆ ที่รับเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์คณะธุดงค์ ก็คือให้ที่พักและอาหาร ไปถึง ปรากฏว่าท่านทุนเอ (พระอธิการทุนเอ ธนสีโล) เจ้าอาวาสวัดหนองสามพราน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างคร่ำเคร่ง พาไปดูทั้งที่พักในร่ม และที่พักกลางแจ้ง

    เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนที่วัดท่ามะขามผจญกับฝนกันเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพระที่ออกธุดงค์ท่านก็จะเคยชิน แต่ว่าท่านทุนเอรอบคอบมาก ก็คือถ้าใครขี้เกียจหลบฝนก็เข้าไปพักในอาคาร เนื่องเพราะว่าวัดหนองสามพรานนั้นในอดีตเคยรับแก้ไขบรรดาผู้ติดสุราและยาเสพติด จึงมีที่พักเหลือเฟือ ปัจจุบันนี้ไม่ได้ทำแล้ว อาคารต่าง ๆ ก็แทบไม่ได้ใช้งาน เมื่อต้องต้อนรับคณะธุดงค์ จึงฉวยโอกาสทำความสะอาดใหญ่เสียที

    คราวนี้ในส่วนที่เห็นก็คือความกระตือรือร้นของทางวัดและญาติโยม ที่รู้ว่าจะได้ถวายการต้อนรับพระธุดงค์ถึงเกือบ ๘๐ รูป ทุกท่านต้องเข้าใจว่า พระวิปัสสนาจารย์ของกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยนั้น แต่งตั้งมาจากทั่วประเทศ ในคณะที่มาเหนือสุดก็จากจังหวัดเชียงราย ใต้สุดมาจากวัดบูรพาราม จังหวัดปัตตานี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าสมมติว่าเราอยากจะทำบุญกับทุกรูป ถ้าเป็นยุคนี้เป็นไปไม่ได้เลย เพราะหาน้ำมันเติมรถแล้ววิ่งตระเวนไปให้ครบ ๗๐ - ๘๐ วัดนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกท่านไม่ว่าจะพระหรือฆราวาส จึงเต็มใจที่จะต้อนรับ ทำให้พวกเราได้เห็นในส่วนของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ ซึ่งบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เห็นอยู่ว่า บุคคลที่โกนหัว นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ นั่นก็คือเนื้อนาบุญของโลก เป็นโอกาสดีที่สุดที่ทุกคนจะได้แสวงบุญใส่ตัว โดยไม่ต้องลำบากเดินทางไปไกล

    เมื่อมาถึงวัดไตรรัตนารามของท่านอาจารย์พระมหาชูศักดิ์ กิจฺจกาโร ป.ธ. ๘ เจ้าคณะตำบลศรีมงคล เจ้าอาวาสวัดไตรรัตนาราม ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์รุ่นเดียวกับกระผม/อาตมภาพ ท่านให้พักอยู่ในศาลาโดมของทางโรงเรียนการกุศลวัดไตรรัตนาราม เนื่องเพราะว่ามีกรงลวดตาข่ายล้อมรอบ เนื่องจากว่าวัดไตรรัตนารามนั้นอยู่ติดพื้นที่ป่า ลิงเยอะมาก..! สมัยที่กระผม/อาตมภาพธุดงค์นั้น แม้กระทั่งไปส้วมก็ยังต้องแบกกลดสะพายบาตรไปด้วย ถ้าทิ้งเอาไว้แล้วมักโดนลิงลากขึ้นไปรื้อบนยอดเขา ตามไปเอาคืนก็ไม่ได้

    จากนั้นก็ได้โทรประสานงานกับ "หมอนุ้ย" (แพทย์หญิงนวลจันทร์ เวชสุวรรณมณี) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่ได้ขอความร่วมมือจากท่านว่า ขอรถพร้อมกับคณะแพทย์พยาบาลเริ่มตามคณะธุดงค์ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ส่งเข้าที่พักแล้วถึงจะกลับ ด้วยความเป็นห่วงตรงที่ว่าทางโรงพยาบาลจะหาน้ำมันเติมรถได้หรือไม่ ? "หมอนุ้ย" ยืนยันว่า ทางด้านสถานีบริการน้ำมันมีโควต้าสำหรับโรงพยาบาลโดยเฉพาะ

    เมื่อได้ยินดังนั้นก็เบาใจ เหตุเพราะว่าเราขอความร่วมมือ พูดง่าย ๆ ก็คือ "ใช้ฟรี" แล้วถ้าหากว่าต้องให้เขาตะเกียกตะกายไปหาน้ำมันเติมรถอีก ก็จะลำบากเกินไป แต่ว่าจะไม่มีเลยก็ไม่ได้ เนื่องเพราะว่าผู้ร่วมคณะธุดงค์นั้นมีอายุเกิน ๖๐ อยู่นับ ๑๐ รูปเลยทีเดียว แล้วส่วนใหญ่ก็น่าเป็นไปได้ว่าพระผู้ชราเดินถึงจุดหมาย แต่บรรดาอายุน้อย ที่ศัพท์นักธุดงค์เขาว่า "ตีนอ่อน" อาจจะต้องมีอาศัยรถพยาบาลกันบ้าง..!

    พวกเราเองก็ต้องเตรียมการให้รอบคอบ โดยเฉพาะช่วงที่มาถึงวัด ต้องทำความสะอาดสถานที่รอรับท่านด้วย เผื่อในการที่ว่าฝนตก ถ้าฝนไม่ตกก็ให้ท่านกางกลดอยู่บริเวณลานธรรมรอบกุฏิเจ้าอาวาสก็ได้ เพราะว่าใกล้ห้องน้ำที่สุด หรือถ้าอยากจะไปกางกลดที่ลานธรรมบริเวณหน้าหมู่กุฏิ ๕ หลังข้างกุฏิประจวบดีก็ได้ ด้านนั้นก็ใช้ห้องน้ำสะดวก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,046
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,060
    ค่าพลัง:
    +26,884
    เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนมีการแบ่งเป็นกลุ่ม มีทั้งประธานกลุ่มและรองประธานกลุ่ม รวมแล้วเป็น ๗ กลุ่มด้วยกัน แต่ละกลุ่มก็ประมาณ ๑๑ - ๑๒ รูป เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม เนื่องเพราะว่าพวกบรรดาบุคคลที่รักอิสระมีมาก ถึงเวลาแทนที่จะเดินเป็นแถวเป็นแนว เพื่อให้สมกับงานเฉลิมพระเกียรติ ก็อาจจะแหกคอก "บินเดี่ยว" ออกข้างทางบ้าง ลัดป่าบ้าง และที่น่าเกลียดก็คือพวกที่เดินทิ้งช่วงจนเหมือนอย่างกับมากันคนละคณะ..!

    ถ้าหากว่าเป็นกระผม/อาตมภาพก็คือ ตัวหัวหน้ากลุ่มจะต้องไปเดินปิดท้าย ให้รองหัวหน้ากลุ่มเดินนำหน้า เพราะว่าหัวหน้ากลุ่มนั้นเราคัดจากพระเถระที่อายุพรรษามากที่สุด อย่างน้อย ๆ ก็จะได้เป็นหลักประกันได้ เพียงแต่ว่าในเมื่อตั้งกลุ่มและมอบหมายให้ท่านไปแล้ว ก็แล้วแต่ท่านจะบริหารจัดการกันเอง

    จุดหมายแรกเลยที่ทางวัดเราต้องนำอาหารกลางวันไปก็ชัดเจนแล้ว ก็คือที่วัดพุเลียบ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ก็คืออาศัยที่ทางของวัดพุเลียบในการพักเพื่อจะฉันเพล และโดยเฉพาะหน้านี้เป็นหน้าร้อน การเดินนั้น ถ้าเช้าเท่าไรก็ร้อนน้อยเท่านั้น ดังนั้น..มื้อเช้าส่วนใหญ่มักจะเป็นข้าวต้ม เดินไม่กี่ก้าวก็หมดแล้ว..! อาหารกลางวันจึงควรที่จะเป็นอาหารหนัก กับข้าวอย่าทำหลายอย่างมากนัก เต็มที่ก็อยู่ประมาณ ๓ - ๔ อย่าง เน้นในเรื่องของเนื้อของข้าวเอาไว้หน่อย

    เนื่องเพราะว่าท่านต้องฉันแล้วอยู่ได้ทั้งวัน และที่แน่ ๆ อย่าทำในส่วนที่เป็นน้ำมาก พูดมาก ๆ ว่าเมนูอาหารน้ำ แกง ต้ม อะไร เลิกคิดไปได้เลย เพราะว่าทุกท่านฉันในบาตร ถ้าไปต้มไปแกงอะไรให้ท่าน ตักใส่บาตรก็ลำบากแล้ว โดยเฉพาะยังมีหลายท่านที่เปิบข้าวด้วยมือ เพราะมาจากอีสาน เจออาหารที่เป็นน้ำเข้าไปก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ?

    ไปนึกถึงที่เขาเล่ากันขำ ๆ เพื่อนไทยกับอินเดียผลัดกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ปรากฏว่าคนอินเดียใช้มือเปิบอาหาร คนไทยก็ถามว่าทำไมไม่ใช้ช้อน พี่แขกก็ "โชว์สกิล" ให้ดู บอกว่ามือที่แม่ให้มานี่แหละ ใช้กินอาหารได้ทุกอย่าง คนไทยก็เลยอาฆาตไว้ในใจว่า "งวดหน้ากูจะพาไปเลี้ยงสุกี้หม้อไฟ..!"

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...